แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประสบการณ์ใหม่ในต่างแดน : A Whole New Experience แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ประสบการณ์ใหม่ในต่างแดน : A Whole New Experience แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์, กันยายน 02, 2561

♪ ♪ Music is the new language ♪ ♫ ♪

My new ukulele ^^
♪ ♪ Music is the new language ♪ ♫ ♪ is a collection of videos which record my progress through self-learning and practice from ukulele lessons. There are tons of YouTube videos that teach how to play this instrument. So many of them are very easy to learn and follow even if you have absolutely no background in music. You only need to grab your ukulele and work on it EVERYDAY. Just remember that practice and repetition is crucial for building good muscle memory.

When I started, I was an absolute beginner, meaning never before in my life I had played or even owned any musical instrument until I received this brand new ukulele from my brother in June 2018. He is, by the way, a talented music teacher who has never given me a music lesson-- simply because he is too busy in his career and also we get to see each other only once a year.



Anyway, at the age of 37, I am overly happy to begin the journey to my musical dreams. I find learning a musical instrument quite similar to learning a language, because music itself can be regarded as a language*. Both require commitment and patience as it takes hours to start... and years to master. That's why I call this album ♪ ♪ Music is the new language ♪ ♫ ♪. If no one is too old to learn a language, it's also never too late to start learning an instrument, right?



*Music is a universal system that can communicate emotional meanings across cultural and linguistic boundaries. [Ludden, David Ph.D.])





P.S. In my videos, you can probably hear and see a lot of mistakes, and that's the main idea of making these videos because I can see those mistakes too and I can move on to fix them. So, in the beginning, most of the videos are not going to be complete or perfect, but hopefully someday I'll be able to confidently finish a whole song. Let's see, shall we? ^_^

วันอาทิตย์, มีนาคม 20, 2559

Pop-Jazzkuoro คอร์สร้องเพลงประสานเสียงป๊อป-แจ๊ส

“He who sings scares away his woes.”
― Miguel de Cervantes Saavedra

"ผู้ที่ร้องเพลงคือผู้ที่ขับไล่ความทุกข์โศกออกไปจากใจ"

หน้าตาของโน้ตเพลงที่ครูแจกให้ร้อง
ที่มาที่ไป
เริ่มจากการได้มีโอกาสลองเรียนในหลักสูตรระยะสั้นของ
"โครงการส่งเสริมกิจกรรมสันทนาการ-งานอดิเรก-การฝึกอบรมและให้คำปรึกษา" ที่จัดทำออกมาด้วยความร่วมมือระหว่างคณะบริหารของเมือง Järvenpää กับ สถาบัน Järvenpään Opisto, สถาบันดนตรี Keskisen Uudenmaan Musiikkiopisto, โรงเรียนสอนศิลปะ Kuvataidekoulu และอีกหลายสโมสร ออกแบบหลักสูตรมาทุกปีๆละสองครั้ง คือ ภาคฤดูใบไม้ร่วง และภาคฤดูใบไม้ผลิ มีอยู่นับร้อยหลักสูตรแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เช่น ภาษา ออกกำลังกาย ศิลปะ งานฝีมือ งานบ้าน คอมพิวเตอร์ เต้น ดนตรี เป็นต้น และเนื่องจากส่วนใหญ่เป็นหลักสูตรระยะสั้น กิจกรรมส่วนมากจัดในเวลาเย็นหรือสุดสัปดาห์ ระยะเวลาของแต่ละหลักสูตรภาคละไม่เกินห้าสิบชั่วโมง ค่าธรรมเนียมจึงไม่แพงเกินไป วิธีลงทะเบียนก็ไม่ยุ่งยาก เลือกได้สามทาง คือ ลงทะเบียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Ilmoittautuminen kursseille หรือวิธีที่สองโดยทางโทรศัพท์ เบอร์ 09 2719 2498 หรือเดินไปสอบถามพร้อมลงทะเบียนได้ที่ สำนักงาน Järvenpää-talo สามารถชำระค่าธรรมเนียมด้วยเงินสด หรือด้วย Liikunta setelit (คูปองออกกำลังกายที่เป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการที่นายจ้างส่วนใหญ่จะมอบแก่พนักงาน เพื่อส่งเสริมให้ออกกำลังกายนอกเวลางาน) 
อัพเดท: ปัจจุบัน หลักสูตรที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการออกกำลังกายนั้น สามารถชำระด้วย Smartum Liikunta- ja kulttuuriseteli หรือคูปองออกกำลังกายและสันทนาการ เท่านั้น

โครงการส่งเสริมกิจกรรมสันทนาการ-งานอดิเรก-การฝึกอบรมและให้คำปรึกษา ของเมือง Järvenpää

หน้าตาของ Liikuntasetelit ของ smartum ใบนี้มีมูลค่าสี่ยูโร 
วิธีใช้โดยการเซ็นชื่อหลังคูปอง สามารถใช้ชำระแทนเงินสดได้ตามมูลค่าของบัตร 
แต่ไม่สามารถแตกออกเป็นเงินย่อย หรือใช้ทอนแทนเงินสด 
เช่น ค่าธรรมเนียม 35 ยูโร เท่ากับ การชำระโดยคูปองมูลค่าสี่ยูโร จำนวนแปดใบ 
บวกเงินสดอีก 3 ยูโร หรืออาจชำระเป็นคูปองมูลค่าสี่ยูโรจำนวนเก้าใบถ้วน 
แต่จะไม่ได้รับเงินทอน เป็นต้น

คอร์สร้องเพลงประสานเสียงป๊อป-แจ๊ส 
Pop-Jazzkuoro
หลักสูตรเลขที่ 7203
เวลาเรียนทุกวันพุธ เวลา 18.00 - 19.30 น.
สถานที่ โรงเรียนมัธยมปลายยาร์เวนแป้
หลักสูตร 48 ชั่วโมง 
ค่าธรรมเนียม 75 ยูโร
ระหว่างวันที่ 9 ก.ย.-2 ธ.ค. 2015 และ 13 ม.ค.-6 เม.ย. 2016 
รายละเอียด  ร่วมเรียนขับร้องเพลงประสานเสียงแนวป๊อปแจ๊สที่หลากหลาย เช่น เพลงสไตล์ Negro spirituals, เพลงจากวงบีเทิลส์, เพลงแจ๊สแนวคลาสสิก และแม้แต่เพลงจากภาพยนตร์การ์ตูนดิสนีย์อันโด่งดัง ครูผู้สอนยังสามารถแนะแนวเกี่ยวกับเนื้อเสียงแก่นักเรียนนักร้องประสานเสียงเมื่อเริ่มเปิดเรียนภาคฤดูใบไม้ร่วง ยินดีต้อนรับผู้ที่สนใจและต้องการสัมผัสประสบการณ์ใหม่ในกลุ่มเรียนร้องเพลงประสานเสียงของเรา!

สถานที่เรียน

ประสบการณ์ในห้องเรียน
เนื่องจากเราติดภารกิจบางอย่าง ทำให้ไม่สามารถลงเรียนในภาคแรก จึงได้เพียงลงทะเบียนเรียนในภาคฤดูใบไม้ผลิ คือ เริ่มเรียน 13 ม.ค. 2016 ซึ่งเป็นช่วงครึ่งหลังของหลักสูตร และชำระค่าธรรมเนียมเพียง 37,50 ยูโร วันแรกที่เข้าเรียนไม่ได้เตรียมตัวอะไรมากเพราะไม่คิดว่าจะต้องมีพื้นฐานการร้องเพลงมาก่อน ปรากฎว่ามีนักเรียนใหม่ที่เริ่มเรียนพร้อมกันแค่สองคน ส่วนนักเรียนที่เหลืออีกสิบกว่าคนคือกลุ่มที่เริ่มเรียนมาตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วง ที่ได้เรียนและซ้อมร้องเพลงประสานเสียงมาแล้วหลายเพลงในช่วงครึ่งหลักสูตรที่ผ่านมา เราเองเป็นเด็กใหม่ก็ต้องปรับตัวและพยายามตามพวกที่เหลือให้ทัน อุปกรณ์การสอนของครูคือเปียโน และทุกครั้งที่เริ่มร้องเพลงใหม่ครูจะแจกชีทโน้ตเพลงแก่นักเรียน เราเองไม่เคยเรียนโน้ตเพลงมาก่อน บอกตรงๆว่าพอเห็นโน้ตเพลงแล้วอึ้งเพราะอ่านไม่เป็น แต่ยังไม่อยากถอดใจจนกว่าจะลองดูก่อน 


ก่อนที่เริ่มร้องเพลงจะมีการยืดเส้นยืดสายและวอร์มเสียงก่อน เพื่อผ่อนคลายสรีระที่เป็นทางผ่านของลมและเสียง โดยการหมุนไหล่ ออกกำลังแขนท่าชกมวยหรือท่าสกี หมุนคอไปทางซ้าย-ขวา-หน้าและหลัง  เป็นต้น ส่วนการวอร์มเสียงก็เช่น ครูจะบอกให้นักเรียนเปล่งเสียงเช่น "มอย-มอย-มอย-มอย-มอย" ไล่เสียงทีละครึ่งเสียงเหมือนกับตอนที่เราร้อง โด-เร-มี-เร-โด หลายๆรอบโดยแต่ละรอบจะเริ่มจากโน้ตสเกลหลัก โด, เร, มี, ฟา, ซอล, ลา, ที และ โด ตามลำดับและวกกลับมายังโน้ตเริ่มต้น ขณะเดียวกันครูจะกดโน้ตบนเปียโนนำไปตามลำดับของสเกล โดยกำชับให้ออกเสียงให้เป็นธรรมชาติที่สุด ไม่เค้นและไม่บีบเสียง หรือการวอร์มเสียงด้วยการเป่าปาก (Bubble) ก็ช่วยวอร์มกล้ามเนื้อปากได้ดีทีเดียว (คล้ายกับตัวอย่างการวอร์มเสียงที่อ๊อฟ ปองศักด์ทำให้ดูในวิดิโอนี้

 เพลงที่พวกเราฝึกร้องก็มีทั้งเพลงที่มีเนื้อร้องภาษาอังกฤษ เช่น แนวป๊อป: California Dreamin', Imagine, Circle of Life, I will survive, Killing Me Softly และแนวแจ๊ส: Autumn Leaves, Goodnight Sweetheart, Fly Me To The Moon, All Blues, และ Didn't Leave Nobody But The Baby และที่มีเนื้อร้องภาษาฟินนิช: Hetki Lyö, Minä ja Hän, Herrojen kanssa pellon laidassa, Joka päivä ja jokaikinen yö, และ Ranskalaiset korot 

เนื่องจากเป็นห้องเรียนร้องประสานเสียง สมาชิกในห้องจึงถูกแบ่งออกตามเนื้อเสียงเป็นสามกลุ่ม คือ เสียงโซปราโน (หญิงเสียงสูง) เสียงอัลโต (หญิงเสียงกลางหรือสูงรองลงมา) และเสียงของผู้ชาย(เสียงต่ำ) 
ดังนั้นโน้ตเพลงจึงถูกแบ่งออกเป็นสามกลุ่มแยกตามบรรทัดอย่างชัดเจน แต่ละกลุ่มเสียงจะอ่านโน้ตเพลงในบรรทัดที่กำกับเสียงของตนเท่านั้น ซึ่งบางเพลงมีเนื้อร้องทุกบรรทัดเหมือนกันแต่โน้ตเพลงต่างกัน หรือบางเพลงเนื้อร้องไม่เหมือนกันแต่เมื่อร้องประสานกันแล้วจึงน่าฟัง 

ตัวอย่างเพลงที่มีเนื้อร้องเหมือนกัน แต่ร้องด้วยโน้ตที่ต่างกัน
เสียงโซปราโนร้องบันทัดแรก(มีเลข 13 กำกับ) บรรทัดถัดมาเป็นของเสียงร้องอัลโต
และบรรทัดสุดท้ายร้องโดยเสียงผู้ชาย
(สามบรรทัดแรกด้านบนใช้โน้ตเดียวกันและร้องพร้อมกันทั้งสามกลุ่ม)

ตัวอย่างเพลงที่มีเนื้อร้องไม่เหมือนกัน กลุ่มเสียงโซปราโนร้องตามเนื้อร้องในบันทัดแรก
บรรทัดที่สองและสามกำกับเสียงร้องของอัลโตและเสียงผู้ชาย
ที่ส่งเสียงร้องคล้ายเครื่องดนตรีเคาะจังหวะเป็นฉากหลังของเพลง

ถามว่าเพลงที่นำมาร้องมีเยอะมั๊ย ก็คิดว่าค่อนข้างเยอะ และท้าทายอยู่พอสมควร โดยเฉพาะคนที่อ่านโน้ตไม่เป็นอย่างเราที่ต้องหมั่นฝึกฝน ก่อนที่จะร้องแต่ละเพลงเราต้องฟังตัวอย่างจากครูก่อนเพื่อที่จะร้องขึ้นโน้ตได้อย่างถูกต้อง และตาต้องไว เพื่อคอยตามทำเครื่องหมายกำกับบรรทัดที่เราต้องร้อง เมื่อฟังแล้วคอยร้องตามให้ตรงโน้ตและออกเสียงลงจังหวะอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ยังต้องทำหมายเหตุต่างๆเพิ่มเติม เช่น การแยกหรือประกอบคำร้อง การเอื้อนเสียง เมื่อจบบรรทัดนี้แล้วต้องวกไปร้องต่อที่บรรทัดไหน หรือ เมื่อจบเพลงควรลากเสียงยาวนานเท่าไหร่ เป็นต้น อารมรณ์ก็ควรจูนให้เข้ากับธีมความหมายของเพลง ดังนั้น ตัวเองจึงต้องทำการบ้านเยอะ เพื่อทำความเข้าใจความหมายของเพลงแต่ละเพลง รวมทั้งฝึกออกเสียงเนื้อร้องที่เป็นภาษาฟินนิชที่เราไม่คุ้นเคย นอกจากนี้เมื่อต้องร้องเพลงหลายๆแบบ หลายๆเพลงก็อาจทำให้สับสนได้ การฝึกฝนและการปล่อยใจให้สนุกกับการร้องเพลง จะช่วยให้เราร้องประสานเสียงให้เข้ากับเพื่อนคนอื่นๆได้อย่างไม่ติดขัด

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ที่ได้มามันคุ้มค่าเหนือคำบรรยายจริงๆ สำหรับตัวเองนั้นนอกจากจะมีความมั่นใจด้านขับร้องมากขึ้นแล้ว ยังได้พบเพื่อนใหม่ทั้งต่างชาติและต่างวัยที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน นั่นคือการร้องเพลง♫ ได้แสดงออกและแบ่งปันความรักในเสียงดนตรีร่วมกัน รวมทั้งได้ร้องประสานเสียงด้วยความกลมกลืน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ขอบคุณครูผู้สอนและเพื่อนร่วมห้องเรียนประสานเสียง สำหรับโอกาสและประสบการณ์ดีๆแบบนี้ที่ได้ทำเป็นครั้งแรกในชีวิต และขณะนี้ที่พวกเรากำลังเรียนจบหลักสูตร พวกเราจึงถือโอกาสจัดคอนเสิร์ตร้องเพลงประสานเสียงที่ได้เรียนและฝึกในห้องเรียนในวันสุดท้ายของหลักสูตร เหมือนเป็นงานแสดงวันจบการศึกษา ดังนี้

•**• คณะผู้สอนและนักเรียนกลุ่มร้องเพลงประสานเสียง Pop/Jazz choir class ของ Järvenpään Opisto ภูมิใจเสนอโชว์ร้องเพลงประสานเสียง ณ ห้องสมุดเมือง Järvenpää ที่จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 6 เดือนเมษายนนี้ ตั้งแต่เวลาหกโมงเย็นเป็นต้นไป ไม่เก็บค่าเข้าชม งานนี้เราทุ่มเทฝึกซ้อมและคัดสรรเพลงมาอย่างดี ในฐานะที่เป็นสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่ม ขอเชิญชวนเพื่อนๆที่มีใจรักเสียงเพลงป็อปและแจ็สทุกท่านมาร่วมชมการแสดงนี้ 
ขอฝากไว้ด้วยนะคะ •**•

Tytti Arolan johdolla Järvenpään Opiston Pop- jazz - kuoron ensimmäisessä konsertissa kuullaan monenlaisia kappaleita: suomenkielistä poppia mm. Eppu Normaalia, Jenni Vartiaista ja Carolaa sekä englanninkielisiä jazz-standardeja, 50-luvun doo-woppia ja bluegrassia.
Tervetuloa kuuntelemaan ja tutustumaan minkälainen on tämän vuoden pop-jazz- kuoro! Tilaisuuteen on vapaa pääsy.
Tapahtumat Järvenpäässä - Järvenpään kaupunki
https://www.jarvenpaa.fi/jarvenpaa/kalenteri/show.tmpl?id=2159&sivu_id=5800

อัพเดทภาพและวิดีโอจากงานโชว์ร้องเพลงประสานเสียง  Pop/Jazz choir กลางห้องสมุดของเมือง
วันที่ 6 เมษายน 2559








วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 21, 2558

Restaurant Day's new theme : home style Nepalese food



พวกเราทำร้านอาหารในนาม Sano Vhancha เป็นภาษาเนปาล แปลว่า ห้องครัวเล็กๆ ทำกันมาปีนี้เป็นปีที่สี่แล้ว มีสมาชิกหลักสี่คน โดยสองคนเป็นคนเนปาล หน้าที่หลักเป็นพ่อครัว โดยเราเป็นผู้ช่วยและรับผิดชอบทำของหวาน และสมาชิกอีกคนเป็นคนฟินน์ ดูแลเรื่องการประชาสัมพันธ์และบัญชี ก่อนวันที่เปิดร้านพวกเราก็ต้องวางแผน คิดเมนู(ซึ่งแน่นอนว่าเป็นอาหารเนปาล) วางผังการเสริฟอาหาร หาสถานที่ ลงข่าวโฆษณา เปิดจองโต๊ะ ซื้ออาหาร เตรียมเครื่องปรุง ตกแต่งสถานที่ ฯลฯ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ในวันเปิดร้านพวกเราจะยุ่งมาก แทบไม่มีเวลาพักทานอาหารกันเลย แต่สนุกมาก เป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมและถือเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไปด้วยในตัว แต่ละปีพวกเราคิดค้นธีมร้านไม่ซ้ำกัน เช่นสองปีก่อนเราจัดร้านในหัวข้อ อาหารเนปาลของชนกลุ่มเนวาร์ ปีถัดมาเรากางเต้นท์บนถนนคนเดินเพราะธีมร้านของเราคืออาหารข้างถนน (Street food) และล่าสุดเราจัดธีมเป็นอาหารเนปาลพื้นบ้าน แบบที่ทำทานที่บ้านจริงๆ (home style Nepalese food)

บรรยากาศก่อนเปิดร้าน 

โชคดีที่วันเปิดร้านพวกเรามีเพื่อนๆอาสามาช่วยเสริฟอาหาร เก็บโต๊ะและล้างจาน งานจึงผ่านไปด้วยดี โดยส่วนตัวมีโอกาสพบปะเพื่อนใหม่ และพัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำงานเป็นทีม และที่สำคัญได้ซึมซับบรรยากาศห้องครัวกลิ่นอายชมพูทวีป และลิ้มรสอาหารที่ที่มีกลิ่นและรสชาติของเครื่องเทศแบบจัดเต็ม ทำให้ตัวเองสนใจทำอาหารมากขึ้น ตอนนี้ก็เริ่มจากอบขนมเล็กๆน้อยๆก่อนแบบค่อยเป็นค่อยไป ต่อไปอาจมีส่วนร่วมในการปรุงอาหารมากขึ้นและธีมใหม่ของพวกเราครั้งหน้าอาจมีหน้าตาเป็นฟิวชั่นฟู้ด เนปาลปนไทยก็อาจเป็นได้
ป.ล. หากใครสนใจอยากจัดร้านแบบนี้ ก็สามารถหาข้อมูลและลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ restaurantday.org นะคะ ไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลยค่ะ น่าสนใจนะคะหากมีสถานที่และมีไอเดียเก๋ๆก็น่าจะลองทำดูนะคะ 

ด้านล่างตัดมาจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ลงข่าวของร้านเราจากวัน Restaurant day นี้เองค่ะ

Keski-Uusimaa 16.2.2015.

วันจันทร์, พฤษภาคม 19, 2557

Restaurant Day 2014 ✻SANO VHANCHA ♥ MOMOs✻


Some of the photos from Restaurant Day Sat. 17 May 2014 with our super Sano Vhancha Team

งานวัน Restaurant Day จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ผ่านมา ร้านของพวกเราขาย MOMO (คล้ายๆขนมจีบของบ้านเรา เสริฟพร้อมซอสและโรยด้วยผักชี) พวกเราทำเองกับมือและเตรียมของมาพันกว่าชิ้น นำมานึ่งขายในวันงาน แม้ว่าก่อนเปิดร้านจะมีเหตุการณ์ชุลมุนเพราะมีปัญหาเรื่องต่อสายไฟ ไฟดับอยู่บ้าง ทำให้เปิดร้านช้าและต้องอยู่ขายจนเย็นเลย เก็บร้านกันเกือบห้าโมงเย็น แต่ขายหมดเกลี้ยง เหลือแต่ซอสที่ทำมามากเกิน หลังจากเก็บร้าน พวกเราก็ไม่เหลือแรงเก็บกวาดทำความสะอาดกันแล้ว พอแยกย้ายกลับถึงบ้านทุกคนสลบเหมือด วันต่อมาจึงรวมตัวกันอีกทีเพื่อช่วยกันทำความสะอาดอุปกรณ์ และห้องครัวที่ใช้เตรียมของ
แม้ว่าพวกเราจะทำกันมาสามปีแล้ว แต่ไม่ว่าจะปีไหน แต่ละครั้งก็มีความท้าทาย มีปัญหาไม่ซ้ำกัน เราจึงได้ประสบการณ์ใหม่ๆอยู่เรื่อย ยิ่งได้ทำงานกันเป็นทีมก็จะยิ่งรักกัน เข้าใจและสามัคคีกันมากขึ้น ช่วงที่เตรียมของรวมถึงวันขายอาจดูยุ่งๆ รีบๆ แต่ความสำเร็จที่ได้รับมันน่าภูมิใจมากๆเลย
Sano Vhancha Team is superb!!!

MOMOs by Sano Vhancha

Photos from Restaurant Day 17/5/2014

Photos from Restaurant Day 17/5/2014

Photos from Restaurant Day 17/5/2014
Photos from Restaurant Day 17/5/2014

วันพุธ, พฤศจิกายน 20, 2556

ตัดแว่นสายตา ไม่ยาก และไม่แพงอย่างที่คิด (ตอนที่ 2)

อ่านความเดิมตอนที่แล้ว
และเมื่อได้ใบบันทึกค่าวัดระดับสายตา (silmälasiresepti)มาครอบครองแล้ว แผนต่อไปของสามีจอมตืดคือหาร้านที่ตัดแว่นที่ได้ราคาเหมาะสมที่สุด และแล้วฮีก็กูเกิ้ลจนพบร้านตัดแว่นที่ให้บริการสะดวก รวดเร็ว และง่ายดาย โดยไม่ต้องเจอกับพนักงานคอยเซ้าซี้ แล้วยังประหยัดค่าเดินทางอีกต่างหาก ร้านที่ว่านี้คือ ร้านตัดแว่นตาออนไลน์ favoptic วิธีใช้บริการก็แสนง่าย เกือบทุกขั้นตอนทำได้จากบ้านด้วยอินเตอร์เน็ตนั่นล่ะ

เพียงคลิ๊กเข้าไปในเว็บไซต์ www.favoptic.fi และสมัครใช้บริการโดยกำหนดชื่อ log in หรือใช้เป็นอีเมล์แอ็ดเดรส และพาสเวิร์ดส่วนตัว จากนั้นก็คลิ๊กเลือกโครงและกรอบแว่นตาที่ชอบมาห้าคู่ ขั้นตอนนี้อาจใช้โปรแกรมช่วยเลือกโดยการอัพโหลดรูปถ่ายหน้าตรงของตัวเอง พร้อมระบุความกว้างระหว่างจุดโฟกัสของลูกตาทั้งสองข้าง แล้วคลิกแสดงผลรูปเสมือนสวมแว่นตานั้นถ่ายรูป จากประสบการณ์ตรงโปรแกรมนี้ช่วยได้มากเลย เพราะโครงแว่นมีให้เลือกเยอะมาก ทั้งแบบโครงโลหะ โครงพลาสติก หรือกระทั่งแบบไร้กรอบ มีหลายสี หลายลาย โครงบางสไตลก็สามารถออกแบบเองไม่ให้ซ้ำใครเลยก็มี ซึ่งบางคนแม้จะคุ้นเคยกับการสวมแว่นตามานาน ก็อาจมีอาการเหวอเลือกไม่ถูกขึ้นมาก็ได้ นอกจากนี้การที่ไม่สามารถหยิบสินค้ามาลองได้จริง จึงอาจทำให้ขาดความมั่นใจในการเลือกสินค้าที่เหมาะกับตัวเองได้ รูปเสมือนสวมใส่แว่นตานี้ช่วยตัดตัวเลือกที่ไม่เหมาะกับเราออกไป ให้เหลือเพียงห้าอับดับที่เราต้องการลองสวมจริงๆ ที่บอกว่าลองสวมจริงนี้หมายความว่า เมื่อเราเลือกแว่นตาที่ต้องการมาห้าคู่แล้ว ทางร้านก็จะส่งโครงแว่นตาตัวอย่างทั้งห้าคู่(ไม่ใช่เลนส์จริง)มาตามที่อยู่ของเรา

ขั้นตอนต่อไปที่ต้องทำคือ ลองสวมจริงและตัดสินใจว่าคู่ไหนเหมาะกับเรามากที่สุด หรือคู่ไหนถูกใจที่สุด หากถูกใจก็จัดแจงกาเครื่องหมายเลือกผู้แทน อ่อ ไม่ช่ายยยย ที่ถูกต้องคือใช้ปากกาเมจิกที่ส่งมาพร้อมแว่นตาตัวอย่าง ทำเครื่องหมายบนแว่นตาเพื่อกำหนดจุดกึ่งกลางของตาดำทั้งสองข้าง แล้วใส่แว่นตาที่เลือกคู่นั้นกลับเข้าไปในซอง แพ็คใส่กล่องเดิมให้ครบทุกคู่ พร้อมแนบก๊อปปี้ใบบันทึกค่าวัดระดับสายตา (silmälasiresepti)ของเราส่งให้เค้าประกอบเลนส์สายตาให้เราใส่เข้าไปด้วย นำกล่องที่แปะสติ๊กเกอร์ติดที่อยู่ที่แนบมาให้ส่งกลับไปยังบริษัททางไปรษณีย์(ค่าส่งฟรีเนื่องจากเป็นพัสดุที่ชำระอาการไปรษณีย์แล้ว) แต่หากยังไม่พอใจแว่นตาตัวอย่างคู่ใดเลยก็สามารถส่งกลับไปด้วยวิธีเดียวกันแต่ไม่ต้องกาเครื่องหมายใดๆบนแว่นตา แล้วกลับไปเลือกแว่นตาแบบอื่นจากเว็บไซต์มาลองอีก จนกว่าจะพบคู่ที่ถูกใจ เป็นอันเสร็จขั้นตอนการลองแว่นตา จากนั้นทำการ log in เข้าไปยังเว็บไซต์เดิม แล้วเลือกแว่นตาคู่ที่เราเลือกใส่ในตระกร้า เช็คเอาท์ เพื่อทำการซื้อแว่นตาออนไลน์ อย่าลืมบันทึกหมายเหตุให้ทางร้านทราบว่า เราได้แนบใบบันทึกค่าวัดระดับสายตาของเราไปพร้อมกับกล่องที่ได้นำส่งกลับไปที่ร้านแล้ว
หลังจากนั้นประมาณสองอาทิตย์ถัดมา ปิ๊งป่อง! และแล้วแว่นตาเม้ดทูออเดอร์ของเราก็เดินทางมาถึงบ้าน พร้อมกล่องใส่แว่นตาทำจากโลหะ เครื่องมือไขปรับน๊อตขนาดจิ๋ว และที่ขาดไม่ได้คือบิลค่าแว่นตาประกอบเลนส์จำนวน 45 ยูโร


ข้อดีของแว่นตาคู่ใหม่คือช่วยทำให้ทัศนียภาพของเราแจ่มขึ้นมาทันตา เห็นโลกชัดขึ้นมาในทันใด แต่ข้อเสียที่ตามมาหลังจากที่เคยหลอกตัวเองว่าหน้าใส ตอนนี้กลับมองเห็นสิวผด ริ้วรอยระดับปานกลางรวมทั้งรูขุมขนซูมอินชัดขึ้นล้านเท่าจนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง(จริงง่ะ?) นอกจากนี้ยังมีอาการปวดหัว ซึ่งเป็นอาการข้างเคียงทั่วไปเนื่องจากสายตายังไม่ชินกับเลนส์สายตาคู่ใหม่ คงต้องใช้เวลาปรับสายตาอีกพักหนึ่ง สรุปแล้วค่าใช้จ่ายทั้งหมดคือ 73 ยูโรได้แก่ค่าวัดสายตา 28 ยูโรและค่าแว่นตาประกอบเลนส์ 45 ยูโร ไม่แพงอย่างที่เคยคิดไว้แถมสะดวกมากมาย และที่สำคัญมองเห็นชัดร้อยเปอร์เซ็นต์ เสมือนได้ตาคู่ใหม่มาใส่แทนคู่เก่ายังไงอย่างงั้นเลยเชียว

เพื่อนๆที่อยู่ในฟินแลนด์คนไหนมีความจำเป็นต้องตัดแว่นก็ลองหาข้อมูลดูจากหลายๆร้าน หรือหากต้องการคำแนะนำก็สามารถติดต่อเราได้ ยินดีช่วยเหลือจ้าาาา


วันศุกร์, พฤศจิกายน 15, 2556

ตัดแว่นสายตา ไม่ยาก และไม่แพงอย่างที่คิด (ตอนที่ 1)

วันนี้อยากบอกเล่าเก้าสิบเกี่ยวกับประสบการณ์ตัดแว่นสายตาในต่างแดน ก่อนอื่นขอเท้าความเป็นมาก่อน เรื่องของเรื่องคือ ตัวเองมีปัญหาสายตาสั้น มองไกลไม่ชัดมาเป็นเวลานานมากแล้ว จำได้ว่าเริ่มสวมแว่นตาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย สวมแว่นตลอดเวลาจนได้ฉายาที่เพื่อนๆเรียกว่า อาราเร่ หรือ เรียกป้าบ้างล่ะ แต่ช่วงปีหลังๆมานี้บางครั้งหากไม่จำเป็นก็จะไม่สวมแว่นตาเนื่องจากรู้สึกเกะกะ จะสวมเฉพาะตอนที่นั่งเรียน/ประชุม/อบรม/สัมมนา ขับรถ ดูทีวีหรือภาพยนตร์ในโรงหนัง หรือต้องมองฉากที่อยู่ไกลๆเป็นต้น นี่จึงเป็นสาเหตุให้ลืมพกแว่นตาติดตัวอยู่หลายครั้ง และครั้งล่าสุดดันลืมแพ็คใส่กระเป๋าเมื่อต้องย้ายมาอยู่ต่างแดน ซะงั้น!

ในช่วงแรกจึงพยายามไม่หาเหตุจำเป็นที่จะต้องสวมแว่นตา คือไม่ต้องขับรถ(ยังไม่มีใบอนุญาตขับขี่ของที่นี่) ไม่ดูภาพยนตร์ในโรงหนัง(ค่าตั๋วแพง) และหามุมนั่งใกล้จอทีวีให้มากที่สุด แต่จนแล้วจนเล่าก็จำเป็นต้องหาแว่นตามาสวมเมื่อต้องเข้าชั้นเรียนภาษา และดันโชคร้ายโดนจัดให้นั่งห่างกระดานซะสุดแถวววว ทำไงดีล่ะทีนี้ รู้มา(จากแม่สามี)ว่าค่าตัดแว่น ค่าเลนส์และโครงแว่นตาน่ะ ราคาหลายร้อยยูโรเชียวนะ เราเองไม่อยากใช้จ่ายเงินมากขนาดนั้นก็เลยลองหาทางเลือกอื่นดูก่อน วันหนึ่งเดินเลือกซื้อของในร้านขายของมือสอง เจอแว่นสายตาเก่าอยู่คู่หนึ่งราคาไม่ถึงสามยูโร ลองใส่ดูแม้จะไม่ใช่ระดับสายตาที่เหมาะกับเราแต่ก็มองเห็นชัดขึ้นมาก จึงไม่รอช้า สอยมาทันที ใช้อยู่พักใหญ่แต่เพราะโครงแว่นอ่อนแอ จึงหักง่าย ป๊อก! เป็นอันจบสิ้นกัน ขอไว้อาลัยแด่แว่นตามือสองคู่แรกในชีวิตของเรา เฮ้อ...

ช่วงระหว่างที่กำลังตระเวนหาแว่นตา(มือสอง)คู่ต่อไปนั้น เป็นช่วงที่ลำบากที่สุดถึงขนาดต้องขอยืมแว่นตาของพี่สาวใจดีที่นั่งเรียนติดกันมาสวมเพื่อมองดูกระดาน เปลี่ยนกันสวมทุกสิบนาทีเลย มึนหัวอยู่ทุกวัน จนมาเจอกับแว่นตาคู่ใหม่จากร้านเดิม และราคาพอๆกับคู่เก่าแต่มองเห็นชัดกว่าเดิมอีกหนึ่งเท่า จากนั้นมาจึงใช้แบบทะนุถนอมนานข้ามปี จนเรียนจบคลาส แต่ก็นะ เพราะยังไม่ใช่แว่นตาที่ทำมาเพื่อสายตาของเรา การมองเห็นจึงไม่ชัดถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์และที่สำคัญเวลาที่ไม่สวม เริ่มสังเกตว่าระดับการมองเห็นด้วยตาเปล่าแย่กว่าสองปีที่แล้วซะอีก ในที่สุดหลังจากพลัดพลากจากแว่นตาเม็ดอินไทแลนด์ของเรามาเป็นเวลาสองปี ตอนนี้เรามีงานทำ มีรายได้ประจำ จึงสมควรแก่เวลาที่จะวัดสายตาอีกครั้งและตัดแว่นใหม่เสียที และที่จะเล่าต่อไปนี้คือประสบกาณ์ตัดแว่นสายตาในต่างแดน ที่อันที่จริงไม่ยาก และไม่แพงอย่างที่คิด

ในประเทศฟินแลนด์ "จักษุแพทย์" หรือ silmälääkäri มีหน้าที่รักษาโรคทางตาเท่านั้น ดังนั้นหน้าที่"วัดระดับการมองเห็น" (näöntarkastus) {ขอเรียนสั้นๆว่าวัดสายตา}จึงเป็นของ"ช่างวัดสายตา" หรือ optikko โดยทั่วไปสามารถติดต่อเพื่อวัดสายตาได้ตามร้านขายแว่นตาทั่วไป เช่น Silmäasema, Specsavers, Fenno Optiikka, Instrumentarium เป็นต้น แต่ละร้านก็จะระบุค่าบริการต่างกันไป หากมีอัตราแข่งขันสูงก็อาจมีส่วนลดตามโปรโมชั่น ค่าตรวจวัดสายตาและค่าตัดแว่นจะแยกกัน และหากมีใบส่งตัวจากบุคลากรทางการแพทย์ เช่นหมอ หรือพยาบาล อาทิเช่นผู้มารับการตรวจเป็นผู้เยาว์ ก็อาจงดเว้นไม่ต้องชำระค่าตรวจสายตาเลยก็ได้ ในกรณีของเรา อายุเกินผู้เยาว์มานานโข สามีขี้ตืดจอมวางแผนจึงหาข้อมูลล่วงหน้าจากอินเตอร์เน็ต พบว่าช่วงนั้น silmäasema เสนอโปรโมชั่นตรวจวัดสายตาราคาถูกกว่าร้านอื่น ฮีจัดแจงโทร.นัดวันรับการวัดสายตาให้เราล่วงหน้า ในวันตรวจเช็คสายตา เครื่องวัดสายตาเครื่องแรกมีหน้าตาเหมือนกับที่เห็นทั่วไป คือมีที่รองคาง มีรูให้ส่องในกล้อง แล้วจะมองเห็นฉากเรืองแสงที่เคลื่อนปรับระยะเดินหน้า ถอยหลังจนฉากที่เราเห็นเบลอๆเปลี่ยนเป็นชัดขึ้น อะไรประมาณนี้ อึดใจหนึ่งก็มีกระดาษปริ้นออกมาเพื่อบอกค่าสายตา
เครื่องวัดค่าสายตาในขั้นตอนแรกหน้าตาประมาณนี้
แต่ยังไม่จบตรงนี้เพราะขั้นตอนต่อไปย้ายจากเครื่องแรกไปยังห้องที่มีอุปกรณ์ครบครัน เพื่อตรวจอย่างละเอียดและใช้เวลาเกือบชั่วโมง ไม่สามารถอธิบายได้ครบทุกขั้นตอน จึงขอแสดงจากภาพดังต่อไปนี้
Lukutaulu



ในที่สุดการตรวจวัดค่าสายตาก็จบสิ้นลง โดยที่ชำะค่าตรวจวัดไป 28 ยูโรพร้อมกับได้ใบบันทึกค่าวัดระดับสายตา (silmälasiresepti) เพื่อนำไปสั่งตัดเลนส์ประกอบแว่นสายตาต่อไป ณ จุดนี้ทางร้านก็พยายามแนะนำให้ตัดแว่นที่ร้านเลย แต่ก็ไม่ได้คะยั้นคะยอมาก เพราะเค้ารู้ว่าจะทำหรือไม่นั้นเป็นสิทธิ์ของลูกค้า

ยิ่งเขียนยิ่งยาว ดังนั้นขอเล่าต่อในบทถัดไปก็แล้วกัน เชิญอ่านตอนต่อไปได้เลยฮ้าาาาาา


วันเสาร์, สิงหาคม 25, 2555

Performing Thai Dance on Rinki's activity day : รำเชิญพระขวัญในวันงานกิจกรรมขององค์กร"ริงกิ"

ขอบคุณสาวงามทุกคนและหนูน้อยน่ารักที่ทำให้รำไทยชุดนี้ประสบความสำเร็จด้วยดี ทุกคนรำสวยและพร้อมเพรียงกันดีมาก จนไม่อยากเชื่อว่าซ้อมกันมาแค่สามวันเท่านั้นจริงๆ ขอบคุณสาวๆที่อยู่เบื้องหลังด้วยนะจ๊ะ ชุด-หน้า-ผม(และขนตาปลอม)อลังการมาก ถ้าไม่มีพวกเธอพวกเราคงไม่สวยมั่นใจได้ขนาดนี้ ขอบคุณกองเชียร์ขอบเวทีด้วยน๊าาา ขอบคุณค่าาาา






วันจันทร์, พฤษภาคม 28, 2555

Ravintolapäivä : Sano Vhancha

Here in Finland bars and restaurants are no longer the only dining option in town as now a new dining trend has been invited. Introduced last year in Helsinki by a group of friends, "Ravintolapäivä" (lit. Restaurant Day) means pop-up restaurants for only one day at a time and only four times a year. It becomes a new option for diners to try new tastes at someone's home, and for totally amateur cooks to serve their food to friends, family or even strangers in their home-restaurant at their most confidence and creativity.

I happened to be invited to join in one Ravintolapäivä called "Sano Vhancha" (lit. Small Kitchen) as part of the team. It was our Finnish friend, Päivi, who gave us idea and gathered all of us. We planed to serve Nepalese food and do our best to deliver the best of Nepal. The food would be prepared by our Nepalese friends, Ramesh and Prabesh, and Päivi and I would assist them. We planed two months in advance by Päivi organizing all publicity work by herself vie FB, website, friends and neighbors. Two weeks before Ravintolapäivä, a journalist from local newspaper visited and took our picture. Then we found an article about Sano Vhancha and our photo published on "Viikkouutiset" newspaper. Just one week before the the Restaurant Day, our 40 diner-seats were fully booked and some diners were willing to even queue up in case there would be any cancellation. Two days before RP, we had our last meeting. We transformed Päivi's living room to a small restaurant, and prepared all ingredients. 

When the day came we were incredibly busy and were surprised by success. Ramesh, Prabesh and Päivi were up very early to start cooking. I arrived at the kitchen around 8.30 am and found myself unable to stay still as there were always work to do...chopping, cooking, cleaning, washing, tasting, etc. We divided the whole day into 5 serving groups starting from 11.00, 13.00, 15.00, 17.00 and 19.00, each group came 8-10 diners, but several groups grew bigger than 10 diners to as big as 16 as we could not refuse callers who would really like to come. Four of us worked all the time all day long. At the end of the day the kitchen looked as if it had been stormed. We were so exhausted that we could hardly stand on our feet, but were at our utmost happiness. People told us that the wonderful flavors from our kitchen spread up to a couple of hundred meters from the house and guided them to the restaurant. And everyone liked the food we made and the services we offered. We ended up serving 63 diners...this is unbelievable!



Additional information in English about Ravintolapäivä :  http://www.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fwww.restaurantday.org%2F&h=KAQFtGAwo



วันพุธ, มกราคม 11, 2555

Mommy's fun time มาเล่นหิมะกัน

ออกไปเล่นหิมะกับลูกชายอย่างสนุกสนาน โดยไม่ลืมลากเจ้า pulkka ไปด้วย เพื่อจะได้เล่นลื่นลงมาจากเนินหิมะ หนาวแต่สนุกมากเลยล่ะ





วันพฤหัสบดี, ธันวาคม 15, 2554

ชมการแสดงบัลเล่ต์ The Nutcracker and the Mouse King




Last night I was at the Finnish National Opera House with my little boy and my mother in law to watch the Nutcracker Ballet show. What a fantastic experience !!! Many thanks to Mikke's dad for the tickets. ^^


เมื่อวานนี้มีโอกาสเข้าชมการแสดงบัลเล่ต์เรื่อง The Nutcracker and the Mouse King กับลูกชายและคุณแม่ปรีโยะเป็นครั้งแรก โอ้โห อลังการมาก ทั้งฉาก วงดนตรีออเคสตร้า และนักแสดงบัลเล่ต์มืออาชีพ สวยและตื่นตาตื่นใจไปหมดทุกอย่าง ขอบคุณคุณพ่อสามีที่ให้บัตรชมเป็นของขวัญปีใหม่ล่วงหน้าค่าาาาา

The Nutcracker and the Mouse King เป็นเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ได้รับตุ๊กตาทหารเป็นของขวัญคริสต์มาสและในคืนคริสต์มาสอีฟนั่นเองที่เด็กคนนี้หลับและฝันว่ามีราชาปีศาจหนูมาลักพาตัวไปและตุ๊กตาทหารได้มาช่วยและพาหลบหนีเดินทางผ่านหลายประเทศ ท้ายที่สุดก็ได้ต่อสู้จนราชาปีศาจหนูพ่ายแพ้ จากนั้นทั้งตุ๊กตาทหารและเด็กผู้หญิงได้กลายร่างเป็นเจ้าชายหล่อและเจ้าหญิงสวยเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน และแล้วเด็กน้อยก็ตื่นขึ้นมาพบว่าความฝันนั้นเกิดจากเวทย์มนต์ของวันคริสต์มาสนั่นเอง

ป.ล. ขอเม้าท์นิดนึงว่าทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ที่เข้าชมการแสดงแต่งตัวหล่อสวยเต็มที่ ทั้งชุดเดรสและสูท มีเราสองคนแม่ลูกที่ใส่ยีนส์เข้างาน เลยขอเนียนทำตัวเป็นนักท่องเที่ยว เก็กๆเชิดๆไว้ก่อน เพื่อให้ดูบ้านนอกให้น้อยที่สุด ฮ่าฮ่าฮ่า

วันจันทร์, ธันวาคม 05, 2554

Here comes the snow ^^ หิมะแรกของชีวิต

ปลื้มใจที่ได้เห็น สัมผัสและได้เล่นหิมะเป็นครั้งแรกในชีวิต

Last night we saw snow for the 1st time and we loved it! It slowly fell down and covered the surface beautifully. So this morning we took "pulkka" and went sliding down a small snowy hill. We didn't mind being cold or wet bacause we had so much fun playing in snow (just had to make sure we wore enough clothes.) Since there has not been snowing much, today it starts melting already. But we hope there will be more coming this weekend. I'm lovin' snow!!! ^_____^