เมืองทาลลินน์ ประเทศเอสโตเนีย คือเพื่อนบ้านที่ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของฟินแลนด์ โดยมีอ่าวฟินแลนด์คั่นกลาง พวกเราเดินทางโดยเรือจากท่าเรือเมืองเฮลซิงกิของฟินแลนด์มาถึงท่าเรือเมืองทาลลินน์โดยใช้เวลาเพียงสองชั่วโมง เรามีโอกาสเดินชมเมืองเก่า (Medieval Old Town)ที่ยังคงไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมที่คล้ายคลึงกับประเทศรัสเซีย เนื่องจากในอดีตเคยถูกยึดครองโดยสหภาพโซเวียตนั่นเอง
อาคารบ้านเรือนก็ดูน่ารัก ถนนหนทางก็คึกคัก เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนฟินน์นั้นนิยมเดินทางมาพักตากอากาศที่นี่เพราะเดินทางสะดวก อีกทั้งค่าที่พักไม่สูงมากนัก ประจวบกับวันที่เราเดินทางนั้นเป็นช่วงวันหยุดฤดูใบไม้ผลิ (Syysloma) โรงเรียนหยุดหนึ่งอาทิตย์ ครอบครัวชาวฟินน์จึงพาเด็กๆมาพักผ่อนที่เมืองนี้กันอย่างคับคั่ง
นอกจากเมืองเก่าแล้ว พวกเรายังสนใจเดินชมมุมอื่นๆของเมืองด้วย ทั้งซากเก่าแก่ที่ยังคงทิ้งตราประทับของสหภาพโซเวียตที่เคยครอบครองดินแดนแห่งนี้ในอดีต แหล่งช้อปปิ้งกลางเมือง รวมถึงหนึ่งในร้านอาหารที่หนุ่มสาวชาวทาลลินน์นิยมแฮงค์เอ้าท์หลังเลิกงาน ก่อนโบกมือลา เราก็ไม่ลืมเติมพลังด้วยอาหารรสชาติภารตะ และยังแวะร้าน"ชาดู"เพื่อซื้อชาเป็นของฝากก่อนนั่งเรือกลับบ้าน (แนะนำเลยนะ สำหรับร้านนี้ ชาเต็มร้านจากเกือบทุกมุมโลก แล้วเจ้าของร้านรู้ลึกรู้จริง คอชาไม่ควรพลาดค่ะ)
สรุป เที่ยวนี้ใช้เวลาสองวันสองคืน ประทับใจมากและจะกลับมาเยือนอีกอย่างแน่นอน
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชีพจรลงเท้า : STEP OUT & TRAVEL แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชีพจรลงเท้า : STEP OUT & TRAVEL แสดงบทความทั้งหมด
วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 01, 2558
วันอังคาร, ธันวาคม 02, 2557
Chiang Mai : The Beauty of Diversity
To my foreign friends who would like to see what my hometown looks like in brief, please check this beautifully made video of Chiang Mai portraying the beauty of diversity...
This might make an impression on you.
This might make an impression on you.
วันอาทิตย์, สิงหาคม 10, 2557
A day trip to Porvoo with colleagues
เนื่องจากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งซึ่งทำงานมาเป็นเวลายี่สิบปีถึงกำหนดเกษียณอายุ พวกเราจึงจัดทริปอำลา โดยการเดินทางไปกลับเมืองเฮลซิงกิ-ปอร์โว (HELSINKI-PORVOO) ด้วยเรือโดยสารขนาดย่อม ออกเดินทางกันในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันที่ร้านขายยาปิดทำการ เริ่มต้นโดยนั่งรถไฟจากยาร์เวนแป้ JÄRVENPÄÄ ไปยังเฮลซิงกิ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังท่าเรือที่ซึ่งเรือ J.L.Runeberg จอดรอรับผู้โดยสารอยู่ เรือออกจากท่าเรือ เวลา 10.00 น. ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง 45 นาที จึงถึงที่หมายคือเมืองปอร์โว ในระหว่างเดินทางพวกเราใช้เวลาไปกับการพูดคุยเม้าท์มอย ทานกลางวัน รับลมชมวิว และอาบแดดกันตามประสาคนเขตหนาวที่โหยหาแสงแดด ณ เวลา 13.45 น.เรือก็มาจอดเทียบท่าเรือของเมืองปอร์โว จากนั้นพวกเราทั้งกลุ่มจึงเดินเท้าเข้าไปชมเมือง ช็อปปิ้ง และเพลิดเพลินดื่มกาแฟในร้านที่มีสวนน่ารักๆ
เมืองปอร์โวเป็นเมืองที่เก่าเป็นอันดับสองของประเทศฟินแลนด์ เราจึงเห็นตึกและร้านค้าต่างๆที่มีอายุเก่าแก่ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้มาเดินชม ซื้อของ ทานอาหารหรือดื่มกาแฟในบรรยากาศร่มรื่น อบอุ่น คลาสสิคและโบราณแบบไม่เหมือนเมืองอื่นในฟินแลนด์ เสียดายที่เที่ยวนี้พวกเรามีเวลาน้อยนิด เพราะกำหนดเรือเดินทางออกจากท่าเวลา 16.00 จึงไม่มีโอกาสเดินชมได้ทั้งเมือง แต่ตั้งใจว่าหากมีโอกาส จะกลับมาชมเมืองนี้พร้อมครอบครัวอีกครั้งอย่างแน่นอน
เมืองปอร์โวเป็นเมืองที่เก่าเป็นอันดับสองของประเทศฟินแลนด์ เราจึงเห็นตึกและร้านค้าต่างๆที่มีอายุเก่าแก่ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกให้มาเดินชม ซื้อของ ทานอาหารหรือดื่มกาแฟในบรรยากาศร่มรื่น อบอุ่น คลาสสิคและโบราณแบบไม่เหมือนเมืองอื่นในฟินแลนด์ เสียดายที่เที่ยวนี้พวกเรามีเวลาน้อยนิด เพราะกำหนดเรือเดินทางออกจากท่าเวลา 16.00 จึงไม่มีโอกาสเดินชมได้ทั้งเมือง แต่ตั้งใจว่าหากมีโอกาส จะกลับมาชมเมืองนี้พร้อมครอบครัวอีกครั้งอย่างแน่นอน
วันอาทิตย์, กรกฎาคม 20, 2557
สุขใจสุขสันต์วันครอบครัว ณ Korkeasaari
Korkeasaari is a zoo located on a small island inside a capital city of Finland (also called " Helsinki Zoo"). It is one of the most popular places to visit among Finnish people. Finnish friends had often recommended me this place and I have procrastinated till today. Now, on the very sunny day of July 2014, we have made our journey here, and seen a lot (although not able to go through the 200 species) of animal residing on this island. In addition, we possibly have unconsciously walked around the zoo for maybe four or five kilometers with no single sweat, thanks to the sea breeze! What a nice time we have had!
Korkeasaari คือ สวนสัตว์ที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆในเมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าเกือบสองร้อยสายพันธุ์จากทั่วทุกทวีป จึงไม่น่าแปลกใจที่สวนสัตว์แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวเมืองเฮลซิงกิและชาวฟินแลนด์ และแล้ววันนี้ในฤดูร้อนของปี 2014 พวกเราก็มีโอกาสมาเยือนเป็นครั้งแรก ใช้เวลาทั้งหมดเกือบหกชั่วโมง เดินดูสัตว์รอบๆรวมระยะทางเกือบห้ากิโลเมตร แต่ก็ยังชมสัตว์ได้ไม่ครบทั้งหมด เนื่องจากแวะปิกนิค ชมวิวให้เพลินตาเพลินใจ แม้แดดจะแรงแต่ก็ยังมีลมเย็นๆพัดมาจากฝั่งทะเล เดินไกลแต่ไม่เหนียวตัว เป็นวันอาทิตย์อีกวันที่สุขใจสุขสันต์วันครอบครัว
Korkeasaari คือ สวนสัตว์ที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆในเมืองเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าเกือบสองร้อยสายพันธุ์จากทั่วทุกทวีป จึงไม่น่าแปลกใจที่สวนสัตว์แห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวเมืองเฮลซิงกิและชาวฟินแลนด์ และแล้ววันนี้ในฤดูร้อนของปี 2014 พวกเราก็มีโอกาสมาเยือนเป็นครั้งแรก ใช้เวลาทั้งหมดเกือบหกชั่วโมง เดินดูสัตว์รอบๆรวมระยะทางเกือบห้ากิโลเมตร แต่ก็ยังชมสัตว์ได้ไม่ครบทั้งหมด เนื่องจากแวะปิกนิค ชมวิวให้เพลินตาเพลินใจ แม้แดดจะแรงแต่ก็ยังมีลมเย็นๆพัดมาจากฝั่งทะเล เดินไกลแต่ไม่เหนียวตัว เป็นวันอาทิตย์อีกวันที่สุขใจสุขสันต์วันครอบครัว
วันพุธ, มิถุนายน 04, 2557
ดีใจ๊ ดีใจ ได้กลับบ้านซะที
Arrived at my hometown save and sound. So physically and mentally exhausted, but can't wait to meet my family& friends and eat lots of spicy food. Somethings changed over three years, but some stayed the same. Chiang Mai is still hot&sticky, and people are still unbelievably friendly. I have come to realize I missed the brightness and the warmth of the sun on my skin so much after very long Finnish winter experiences. Now my holiday begins...it's time to just let myself go and relax!
ถึงบ้านแล้วน๊าาา เหนื่อยมากมายทั้งกายและใจ แต่ดีใจที่ได้เห็นหน้าครอบครัว และที่สำคัญคือได้ทานอาหารอร่อยๆเผ็ดๆด้วย บางอย่างเปลี่ยนไปเยอะ แต่บางอย่างก็ไม่เปลี่ยนเลยตลอดสามปีที่ผ่านมา เชียงใหม่ยังร้อนเหนียวตัว และผู้คนก็ยังเป็นมิตรเหมือนเคย เพิ่งจะเข้าใจว่าตัวเองโหยหาแสงแดดจ้าที่เผาผิวสาวมากขนาดไหนหลังจากที่ต้องห่มตัวใต้เสื้อผ้าหนาๆมาเกือบทั้งปี และแล้ววันหยุดวันแรกก็เริ่มขึ้น ถึงเวลาที่เราต้องพักผ่อนอย่างจริงจังซะแล้ว
ถึงบ้านแล้วน๊าาา เหนื่อยมากมายทั้งกายและใจ แต่ดีใจที่ได้เห็นหน้าครอบครัว และที่สำคัญคือได้ทานอาหารอร่อยๆเผ็ดๆด้วย บางอย่างเปลี่ยนไปเยอะ แต่บางอย่างก็ไม่เปลี่ยนเลยตลอดสามปีที่ผ่านมา เชียงใหม่ยังร้อนเหนียวตัว และผู้คนก็ยังเป็นมิตรเหมือนเคย เพิ่งจะเข้าใจว่าตัวเองโหยหาแสงแดดจ้าที่เผาผิวสาวมากขนาดไหนหลังจากที่ต้องห่มตัวใต้เสื้อผ้าหนาๆมาเกือบทั้งปี และแล้ววันหยุดวันแรกก็เริ่มขึ้น ถึงเวลาที่เราต้องพักผ่อนอย่างจริงจังซะแล้ว
วันศุกร์, ตุลาคม 18, 2556
อีซาลมิเพรียกหา : Autumn visit to Iisalmi
เมื่ออีซาลมิเพรียกหา...ครอบครัว Reunsati-Salmi
จึงออกเดินทางอีกครั้งระหว่างวันที่ 11 - 14 ตุลาคมที่ผ่านมา คราวนี้ได้ชมทิวทัศน์ของฤดูใบไม้ร่วงขณะเดินทาง ท้องฟ้าสีสด ใบไม้เปลี่ยนสี
และขอบฟ้าสีพาสเทลยามอาทิตย์คล้อยต่ำ สวยไปอีกแบบ แต่เหนือสิ่งอื่นใด
คือการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคุณยายลีซ่าและคุณป้าอันเนลิ ที่คอยการมาเยือนของพวกเราอยู่เสมอ
:)
วันพุธ, มิถุนายน 06, 2555
Retkipäivä Tuusulaan
Our class went on a field trip to Tuusula for one day, where there were many historical sites to visit
Keskiviikko 6. kesäkuuta meidän kurssi meni opintokäynnille Tuusulan rantatielle. Ilma oli pilvinen ja vähän tuulinen, mutta oli lämmin päivä. Ensin me menimme Halosenniemeen. Siellä oli Pekka Halosen iso vanha talo. Talossa me katsoimme hänen taidetta, koska hän oli taidemaalari.
Sitten me kävimme Aleksis Kiven kuolimökillä. Hän oli Suomen kansaliskirjailija. Talossa oli vain kaksi huonetta, mutta asuivat hän ja hänen perhe. Minusta se oli kamala pieni viidelle ihmiselle. Voi Aleksis Kivea!
Lopuksi, me lähdimme Ainolaan. Se oli Jean Sibeliuksen kaunis talo. Ainola tuli hänen vaimon nimi. Jean Sibelius oli Suomen kansallissäveltäjä ja herrasmies. Minä pidin hänen kirjahuoneesta, koska siellä oli paljon kirjoja ja ikkunasta näkyi kaunis maisema.
Keskiviikko 6. kesäkuuta meidän kurssi meni opintokäynnille Tuusulan rantatielle. Ilma oli pilvinen ja vähän tuulinen, mutta oli lämmin päivä. Ensin me menimme Halosenniemeen. Siellä oli Pekka Halosen iso vanha talo. Talossa me katsoimme hänen taidetta, koska hän oli taidemaalari.
Sitten me kävimme Aleksis Kiven kuolimökillä. Hän oli Suomen kansaliskirjailija. Talossa oli vain kaksi huonetta, mutta asuivat hän ja hänen perhe. Minusta se oli kamala pieni viidelle ihmiselle. Voi Aleksis Kivea!
Lopuksi, me lähdimme Ainolaan. Se oli Jean Sibeliuksen kaunis talo. Ainola tuli hänen vaimon nimi. Jean Sibelius oli Suomen kansallissäveltäjä ja herrasmies. Minä pidin hänen kirjahuoneesta, koska siellä oli paljon kirjoja ja ikkunasta näkyi kaunis maisema.
วันจันทร์, มกราคม 02, 2555
Mini cruise to Sweden with "Silja Symphony"
ได้รับโบนัสตั๋วฟรีจากเพื่อนคนฟินน์เป็นของขวัญคริสต์มาสล่วงหน้า จึงมีโอกาสเดินทางโดยเรือท่องเที่ยวเป็นครั้งแรกกับครอบครัว กำหนดเดินทางจากท่าเรือเมืองเฮลซิงกิ ไปยังกรุงสต็อคโฮมประเทศสวีเดน ระยะเวลาเดินทางแค่สองคืนกับอีกหนึ่งวัน แต่คุ้มเกินคุ้มเพราะรวมชำระค่าภาษีเรือบวกอาหารเช้าสำหรับสามคนเพียง 35 ยูโร แถมเดินทางช่วงเทศกาลด้วย ฮูเร่ย์!!!
เสียดายที่เป็นทริปสั้นๆ เลยได้แค่เดินเที่ยวไม่ไกลจากท่าเรือ แต่วางแผนมาฝากท้องมื้อกลางวันกับร้านอาหารไทยชื่อ Aiyara Restaurang (http://www.aiyara.se/) และก็ไม่ผิดหวัง แกงเขียวหวานอร่อยมว๊ากกกก ได้เยอะด้วย และราคาก็ไม่แพงเกินไป (ถูกกว่าร้านอาหารไทยในเฮลซิงกิซะอีก) ส่วนคุณชายไทเลอร์ก็หว่านเสน่ห์แม่ครัวไทยจนได้ขนมติดไม้ติดมือกลับบ้าน พี่ๆที่ร้านทุกคนก็เป็นกันเอง คนไทยนี่เนาะ ไม่ว่าอยู่ส่วนไหนของโลกก็ถือเป็นครอบครัวเดียวกัน งานนี้อิ่มท้องกันทั้งครอบครัวเหมือนได้กินบุฟเฟ่ต์ จากนั้นก็ขึ้นเรือลำเดิมเดินทางกลับฟินแลนด์ด้วยความอิ่มใจ ฮิฮิ ^^
ขากลับไม่มีพายุ จึงเดินเที่ยวลั้นลาบนเรือได้อย่างสบายตัว(แต่กระเป๋าเงินเบาหวิวเพราะของราคาแพงจริงๆ >_<) Main hall ที่อยู่กลางลำเรือจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ทั้งคนเดินช้อปปิ้งและที่นั่งทานอาหารกันอย่างเนืองแน่น สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายเครื่องสำอางค์และน้ำหอม ร้านขายของที่ระลึกและร้านขายเสื้อผ้าแฟชั่นต่างๆ รวมทั้งห้องเด็กเล่นและร้านเกมส์ หากเดินลงมาอีกชั้นหนึ่งจะเป็นร้านขายของปลอดภาษีที่มีสินค้ามากมายรวมถึงบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลากยี่ห้อ ถัดไปเป็นห้องเล่นเกมส์เพลย์สเตชั่น และถัดไปอีกด้านหนึ่งเป็นห้องอาหารของเรือที่เสริฟบุฟเฟต์โดยเฉพาะ ยังมีชั้นบนที่เป็นคลับและดิสโก้อีกหลายชั้นแต่เราไม่ได้วางแผนเที่ยวเธคเลยไม่คิดจะสำรวจ อ้อ ชั้นบนสุดเป็นสระว่ายน้ำและห้องสปาน้ำอุ่น ที่เรายังไม่ได้สำรวจเช่นกัน แต่ที่สำคัญเราไม่ลืมแวะคาสิโนก่อนเรือเที่ยบท่าเรือเมืองเฮลซิงกิเช้าวันต่อมา ช่างเป็นการเดินทางที่แสนสั้น แต่ประสบการณ์ที่ได้รับก็คุ้มกับเงินที่จ่ายไปจริงๆ
เรือของเรามีชื่อว่า SILJA SYMPHONY เป็นเรือสัญชาติสวีเดน มีขนาดใหญ่โตอลังการมาก เหมือนตึกสูง 12 ชั้น จากประสบการณ์เดินทางโดยเรือเป็นครั้งแรกนั้น ขาไปมีอาการเมาคลื่นเล็กน้อยเพราะมีพายุลมทำให้เรือเขย่าโยกไหวกว่าปกติ ดังนั้นจึงยังไม่มีโอกาสเดินสำรวจคาสิโน หรือร้านปลอดภาษีต่างๆ (อดช็อปเลย อ๊ากกกกกกกก) ส่วนคุณชายใหญ่(สามี)และคุณชายน้อย(ลูกชาย)ก็หายจ้อยไปเล่นเกมส์ที่เพลย์สเตชั่นรูมจนเกือบดึก ปล่อยให้เรานอนซมเกือบเอาชีวิตไม่รอดอยู่ในเคบิน(เมาเรือซะเว่อร์) ตกดึกสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกทีมีอาการดีขึ้นเพราะเรือไม่โขยกอีกต่อไป พายุคงผ่านไปแล้ว เช้าวันต่อมาพวกเรารีบตื่นแต่เช้าเพราะต้องรีบทานมื้อเช้าก่อนที่เรือจะเทียบท่าเมืองสต็อคโฮมเวลา 10:30 (ซึ่งเป็นเวลา 9:30ในสวีเดน) บุฟเฟต์มื้อเช้าบนเรือไม่ผิดหวังเลยเพราะอุดมสมบูรณ์มากทั้งขนมปังหลากชนิด แฮม เบคอน ไข่ต้ม มันต้ม มันอบ ข้าวผัด ข้าวต้มปูโระ ปลาแซลมอนเฉือนบาง ไส้กรอก สลัด ชา กาแฟ นม น้ำผลไม้ ฯลฯ อิ่มจุใจกันเลยทีเดียว sหลังจากนั้นก็เตรียมตัวลงเรือไปผจญภัยใกล้ท่าเรือเมืองสต็อคโฮมของสวีเดน
วันเสาร์, พฤษภาคม 14, 2554
Photos: "Take a bite --- You'll like it"
ขอรวมภาพของอร่อยทั้งอาหารที่ปรุงเอง มื้ออาหารที่ทานนอกบ้าน รวมทั้งขนมและผลิตภัณฑ์ที่หาซื้อได้ง่ายจากซุปเปอร์ฯในฟินแลนด์และเจอในตู้เย็นของทุกครัวเรือน ในวิดีโออัลบั้มภาพ '' Take a bite --- you'll like it'' จากการเดินทางมาเที่ยวฟินแลนด์ทั้งสองทริปในปี 2009 และ 2010 ค่ะ
วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 12, 2554
Photos: Chillin' Days in Finland ^0^
เก็บตกกิจกรรมเล็กๆน้อยๆต่างๆจากทริปที่สองในฟินแลนด์ ทั้งการทำความสะอาดที่พัก นั่งเล่นชิลๆกับสัตว์เลี้ยง เดินเล่นช้อปปิ้ง เที่ยวเล่นชมพลุในเมืองหลวงกับกลุ่มเพื่อนสนิทก่อนลาจากกลับเมืองไทย และสัญญาว่าจะกลับมาอีกครั้งอย่างเต็มภาคภูมิ ลาก่อนฟินแลนด์ที่รัก ^0^
วันอังคาร, พฤษภาคม 10, 2554
Photos: My Happy Return to Finland ^^ (Part 2)
Welcome to Iisalmi... เที่ยวเล่นลั้นลาที่อีซาลมิ =)
หลังจากเยี่ยมคุณตาที่สุสานแล้วพวกเราจึงมาเดินเล่นที่ ทะเลสาบอีกแห่งของเมือง บรรยากาศดีมาก เป็นที่ตั้งของท่าเรือขนาดเล็กและโรงเบียร์อันเก่าแก่ วันต่อมาคุณป้าจึงพาพวกเรากลับมาทานกลางวันกันที่นี่ ร้านอาหารมีอายุหลายร้อยปีแล้ว อาหารรสชาติดีจนมิกเกะชมเปาะว่าเป็นอาหารฟินแลนด์ที่อร่อยที่สุด แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบของหวานที่เป็นพายบลูเบอร์รี่เสริฟพร้อมไอศครีมวานิลา โรยน้ำตาลไอซิ่ง อร่อยเหาะ ! (เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปอาหารมื้อนี้มาฝาก)
พอกลับมาจากเที่ยวเมืองอีซาลมิแล้ว พวกเราก็หาสถานที่เที่ยวใกล้เมืองยาร์เวนป้าที่เราพักอยู่ และเหตุเพราะนึกสงสัยว่าคนไทยที่มาอยู่ฟินแลนด์ก็มีจำนวนไม่น้อย จึงน่าจะมีสมาคมหรือศูนย์กลางคนไทยในฟินแลนด์อยู่สักแห่ง จึงลองหาจากอินเตอร์เน็ต พบเว็บไซต์ของวัดไทยแห่งแรกและแห่งเดียว(ที่สร้างเสร็จแล้ว) คือวัดพุทธาราม แม้เป็นเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย แต่พวกเราก็ดั้นด้นเดินทางไปถึงจนได้ ขอบคุณGPSของคุณแม่ปรียา รู้สึกดีใจมากที่หาเจอ เยี่ยมเยียนไหว้พระเสร็จก็กลับบ้านด้วยความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ
พอถึงวันพฤหัสบดีที่สามของเดือนสิงหาคม จะมีการจัดงานเทศกาลกระเทียมขึ้นที่เมืองเกราว่า ฟินแลนด์ และในปีนี้งานมีขึ้นในวันที่ 21 สิงหาคมทีผ่านมา แน่นอนอยู่แล้วงานนี้ต้องมีกระเทียมสดๆขาย และอาหารอื่นๆที่มีกระเทียมเป็นส่วนประกอบ และที่พิเศษไปกว่านี้ยังมี มัสตารด์รสกระเทียม น้ำผึ้งผสมกระเทียม ไอศครีมกระเทียม และเบียร์รสกระเทียมอีกด้วย เชื่อไหมล่ะ !!!
หลังจากเยี่ยมคุณตาที่สุสานแล้วพวกเราจึงมาเดินเล่นที่ ทะเลสาบอีกแห่งของเมือง บรรยากาศดีมาก เป็นที่ตั้งของท่าเรือขนาดเล็กและโรงเบียร์อันเก่าแก่ วันต่อมาคุณป้าจึงพาพวกเรากลับมาทานกลางวันกันที่นี่ ร้านอาหารมีอายุหลายร้อยปีแล้ว อาหารรสชาติดีจนมิกเกะชมเปาะว่าเป็นอาหารฟินแลนด์ที่อร่อยที่สุด แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบของหวานที่เป็นพายบลูเบอร์รี่เสริฟพร้อมไอศครีมวานิลา โรยน้ำตาลไอซิ่ง อร่อยเหาะ ! (เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปอาหารมื้อนี้มาฝาก)
พอกลับมาจากเที่ยวเมืองอีซาลมิแล้ว พวกเราก็หาสถานที่เที่ยวใกล้เมืองยาร์เวนป้าที่เราพักอยู่ และเหตุเพราะนึกสงสัยว่าคนไทยที่มาอยู่ฟินแลนด์ก็มีจำนวนไม่น้อย จึงน่าจะมีสมาคมหรือศูนย์กลางคนไทยในฟินแลนด์อยู่สักแห่ง จึงลองหาจากอินเตอร์เน็ต พบเว็บไซต์ของวัดไทยแห่งแรกและแห่งเดียว(ที่สร้างเสร็จแล้ว) คือวัดพุทธาราม แม้เป็นเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย แต่พวกเราก็ดั้นด้นเดินทางไปถึงจนได้ ขอบคุณGPSของคุณแม่ปรียา รู้สึกดีใจมากที่หาเจอ เยี่ยมเยียนไหว้พระเสร็จก็กลับบ้านด้วยความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจ
พอถึงวันพฤหัสบดีที่สามของเดือนสิงหาคม จะมีการจัดงานเทศกาลกระเทียมขึ้นที่เมืองเกราว่า ฟินแลนด์ และในปีนี้งานมีขึ้นในวันที่ 21 สิงหาคมทีผ่านมา แน่นอนอยู่แล้วงานนี้ต้องมีกระเทียมสดๆขาย และอาหารอื่นๆที่มีกระเทียมเป็นส่วนประกอบ และที่พิเศษไปกว่านี้ยังมี มัสตารด์รสกระเทียม น้ำผึ้งผสมกระเทียม ไอศครีมกระเทียม และเบียร์รสกระเทียมอีกด้วย เชื่อไหมล่ะ !!!
วันจันทร์, พฤษภาคม 09, 2554
Photos: My Happy Return to Finland ^^ (Part 1)
เริ่มต้นบินจากเชียงใหม่วันที่ 29 ก.ค. 2011แล้วบินไปเปลี่ยนเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ จากนั้นบินจากกัวลาลัมเปอร์ไปต่อเครื่องที่แฟรงค์เฟิร์ตและบินต่อไปยัง เฮลซิงกิ ทั้งหมดนี้ใช้เวลาเดินทางขาไป 23.35 ชั่วโมง(หมดเวลาไปหนึ่งวันเลย) และขากลับวันที่ 31 ส.ค. บินทั้งหมด 20.10 ชั่วโมง
หนนี้ไปเที่ยวตั้งเดือนมีรูปถ่ายมากขึ้น จัดทำได้หลายอัลบั้มเลย โปรดติดตามต่อไปค่าาา
หนนี้ไปเที่ยวตั้งเดือนมีรูปถ่ายมากขึ้น จัดทำได้หลายอัลบั้มเลย โปรดติดตามต่อไปค่าาา
วันเสาร์, พฤษภาคม 07, 2554
Photos: My 1st Finland Trip in 2009 ^^
ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศมาก่อนในชีวิตและไม่เคยสนใจประเทศฟินแลนด์มาก่อน จนกระทั่งตกหลุมรักหนุ่มฟินน์หน้าใสและได้รับเชิญให้ไปเที่ยวบ้านเค้า... Neither had I been abroad nor interested in Finland before in my life until I fell in love with a cute Finn boy and was invited to his hometown. Here are the pictures from my first trip to Finland. ^^
วันพุธ, กันยายน 15, 2553
วันแห่งการช้อปปิ้ง
อาทิตย์ 22 สิงหาคม 2553
ที่เมืองยาร์เวนป้า(Jarvenpaa),ฟินแลนด์
ตื่นสายมาก เกือบ 11 โมงเพราะเมื่อคืนฝนตกจึงอากาศเย็นในตอนเช้า และมีลมพัดอ่อนๆ หลังมื้อเช้าพวกเราขับรถไปดูร้านขายของมือสองที่ใหญ่ที่สุดในเมืองชื่อ HELMI (แปลว่าไข่มุก) ของเยอะมากและคนซื้อก็เยอะจนน่าเวียนหัว แต่สังเกตเห็นว่าสินค้าส่วนใหญ่มีราคาแพงกว่าร้าน EUROSET แต่ก็ตั้งใจว่าจะมาเดินดูร้านอีกทีให้ทั่ว ขากลับพวกเราแวะซื้อของในร้าน LIDL ซึ่งเป็นห้างที่ไม่ใหญ่นัก แต่ราคาของถูกที่สุดในบรรดาห้างสรรพสินค้าอื่นๆ มิกเกะบอกว่าเป็นร้านของเยอรมนี และที่ของถูกเพราะการจัดวางสินค้าและการบริการไม่ดีเท่าห้างอื่น อีกทั้งสินค้าก็เป็นยี่ห้อธรรมดา คุณภาพปานกลาง มีให้เลือกไม่มาก จากที่ดูคิดว่าเหมาะกับการซื้อของประจำวันมากกว่าเช่น นมซึ่งร้านนี้ราคาเพียง 65 เซ็นท์ น้ำผลไม้ปริมาณมากๆ เนื้อ ผักทั่วไป เครื่องปรุงต่างๆ และเครื่องใช้หรือนุ่งห่มทั่วไป เป็นต้น น่าจะประมาณห้างแม็คโครกับห้างบิ๊กซีรวมกัน
หลังจากซื้อของพวกเราช่วยกันเตรียมมื้อกลางวันจากน้ำแกงต้มข่าไก่สำเร็จรูปที่นำมาจากเมืองไทย ใส่เนื้อและเห็ด ทานกับข้าง แต่รสชาติต่างจากต้มข่าไก่ที่บ้านมากจนน่าผิดหวัง ยังดีที่มีขนมบันรสหวานใส้ซินนามอนเป็นของหวาน จากนั้นมิกเกะออกไปเล่นบาสเก็ตบอลกับเพื่อนๆ และพอบ่ายแก่ๆพวกเราช่วยกันรื้อของเล่นเก่าๆของมิกเกะเพื่อแพ็คกลับบ้านนำไปให้ไทเลอร์ น่าแปลกใจมากที่มิกเกะมีตัวต่อเลโก้มากเป็นสิบกล่องและชิ้นส่วนกระจัดกระจายปนกันไปหมด จึงใช้เวลาพักใหญ่เพื่อหาตัวต่อใส่ทุกกล่องให้ครบสมบูรณ์ ระหว่างนั้นคุณแม่ปรียามีแขกมาพบและทานกาแฟตอนบ่ายซึ่งคือ คุณโอลติ ที่เคยพบมาแล้วในทริปปีก่อนและในวันเกิดที่เพิ่งผ่านมา และคุณเอมิเลียที่เพิ่งพบกันครั้งแรก ทั้งสองแวะมาฉลองความสำเร็จของลูกสาวพันธ์บาเซ็นจิของเอมิเลียชื่อ ปาลม่า ที่เพิ่งชนะการประกวดสุนัขสวยในตอนเช้าวันนี้ ส่วนโอลติก็นำลูกสาวพันธ์บาเซ็นจิมาด้วยเช่นกันชื่อ ปรีป้า ซึ่งทั้งสองเป็นลูกสาวของโซน่าและน้องสาวของเปรล่า ปรากฏว่าโซน่าตั้งท้องครั้งแรกได้ลูกสี่ตัวได้แก่ เปรล่า ปรีป้า โอเฮอะ(ตัวผู้ตัวเดียว ตอนนี้อยู่กับเพื่อนคุณแม่ปรียาที่เมืองอีซาลมี่) และปาลม่า ตามลำดับ แต่แปลกที่ทั้งโซน่าและเปรล่าไม่ชอบปาลม่าเลย ทั้งเห่าและไล่กัดไม่ยอมหยุดเลย บ่ายวันนั้นเลยวุ่นวาย และสุดท้ายคุณแม่ปรียาต้องจับโซน่าและเปรล่าขังแยกออกมา งานนี้จึงจบลงด้วยความเรียบร้อย พวกเราเห็นทีขอตัวกลับเข้ามาเก็บของเล่นเลโก้เข้าที่พร้อมทั้งจัดเตรียมของเล่นเพื่อนำไปฝากไทเลอร์
หลังอาบน้ำพวกเรานอนดู TRANSFORMER ก่อนนอน
วันพุธ, กันยายน 08, 2553
ลาก่อนอีซาลมี่
อาทิตย์ 15 สิงหาคม 2553
ที่ Iisalmi
วันนี้พวกเราต้องเดินทางกลับเมืองยาร์เวนป้าหลังจากมาเที่ยวที่นี่ได้หนึ่งอาทิตย์พอดี รู้สึกเศร้าที่ต้องแพ็คกระเป๋าอีกแล้วเพราะเพิ่งรู้สึกชินกับสถานที่พักของคุณป้า มื้อกลางวันคุณยายและคุณป้าช่วยกันทำสตูว์คาเรเลี่ยนให้พวกเราทาน เป็นมื้อสุดท้ายในอีซาลมี่ และก่อนกลับพวกเราได้เขียนความประทับใจส่วนตัวในสมุดเยี่ยมเยียนของทั้งคุณป้าและคุณยาย และก็ไม่ลืมที่จะคืนจักรยานพร้อมกับบอกลาคุณตาออซซี่ (จึงได้แอปเปิ้ลกลับบ้านอีกถุงใหญ่) ประทับใจที่คุณยายกอดลาและบอกว่าปีหน้าให้มาเที่ยวที่นี่อีก แถมยังอวยพรให้เราคบกับมิกเกะไปได้นานๆ
เดินทางกลับยามเย็น ได้ชมพระอาทิตย์ตกดินทำให้ท้องฟ้าดูสวยมาก กลับถึงยาร์เวนป้าเกือบเที่ยงคืน
ที่ Iisalmi
วันนี้พวกเราต้องเดินทางกลับเมืองยาร์เวนป้าหลังจากมาเที่ยวที่นี่ได้หนึ่งอาทิตย์พอดี รู้สึกเศร้าที่ต้องแพ็คกระเป๋าอีกแล้วเพราะเพิ่งรู้สึกชินกับสถานที่พักของคุณป้า มื้อกลางวันคุณยายและคุณป้าช่วยกันทำสตูว์คาเรเลี่ยนให้พวกเราทาน เป็นมื้อสุดท้ายในอีซาลมี่ และก่อนกลับพวกเราได้เขียนความประทับใจส่วนตัวในสมุดเยี่ยมเยียนของทั้งคุณป้าและคุณยาย และก็ไม่ลืมที่จะคืนจักรยานพร้อมกับบอกลาคุณตาออซซี่ (จึงได้แอปเปิ้ลกลับบ้านอีกถุงใหญ่) ประทับใจที่คุณยายกอดลาและบอกว่าปีหน้าให้มาเที่ยวที่นี่อีก แถมยังอวยพรให้เราคบกับมิกเกะไปได้นานๆ
เดินทางกลับยามเย็น ได้ชมพระอาทิตย์ตกดินทำให้ท้องฟ้าดูสวยมาก กลับถึงยาร์เวนป้าเกือบเที่ยงคืน
วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 26, 2553
มื้อกลางวันที่ท่าเรือ
เสาร์ 14 สิงหาคม 2553
ที่ Iisalmi
วันนี้ตื่นสายอีกแล้ว ประมาณสิบโมงเช้าคุณป้ากับคุณยายซื้อแพนเค้กจากตลาดนัดมาให้ทาน หน้าตาเหมือนแป้งบางทอดคล้ายโรตีแต่ไม่กรอบ ขนาดใหญ่และไม่มีไส้ พอโรยน้ำตาลหรือทาแยมแล้วจะอร่อยมาก พอเกือบบ่ายสองพวกเราทั้งสี่พากันไปทานมื้อเที่ยงนอกบ้านเป็นครั้งที่สองโดยคุณป้าเป็นเจ้ามืออีกแล้ว
| ร้านอาหารอายุนับร้อยปี |
ร้านอาหารนี้อยู่ใกล้ชายหาดฝั่งเดียวกับโรงผลิตเบียร์ OLVI ที่พวกเราไปเดินเล่นเมื่อสองวันก่อน อาหารรสชาติดีถึงขนาดมิกเกะชมเปาะว่าเป็นอาหารฟินแลนด์ที่อร่อยที่สุดเท่าที่ทานมา แต่เราชอบของหวานที่เป็นพายบลูเบอร์รี่เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมวานิลา อร่อยเหาะ!!
หลังอาหารคุณป้าและคุณยายขอตัวไปซื้อของ พวกเราเดินหามุมถ่ายรูปที่รูปปั้นสัญลักษณ์ของโรงเบียร์เก่าแก่ OLVI ที่ผลิตเครื่องดื่มมานานนับ 131 ปี
( http://www.olvi.fi/web/en/51 )
( http://www.olvi.fi/web/en/51 )
| โรงงานผลิตเครื่องดื่ม OLVI |
| สัญลักษณ์ของ OLVI |
| KUAPPI Restuarant |
รวมถึงร้านอาหารที่เล็กที่สุดชื่อ KUAPPI รับบริการได้แค่สองที่และต้องโทร.จองก่อนเป็นเวลานาน (http://trifter.com/europe/the-smallest-restaurants-in-the-world/#ixzz0xFpApG8P )
จากนั้นพวกเรากลับมาดูทีวีรอที่อพาร์ทเม้นท์ บ่ายแก่ๆจึงเดินไปว่ายน้ำที่ลำธารใกล้ๆ น้ำเย็นมาก พอกลับมาถึงคุณยายและคุณป้าก็มาร่วมสมทบเพื่อดูทีวีและอบซาวน่าเวลาสองทุ่ม จากนั้นเกือบเที่ยงคืน จึงเข้านอน
วันพุธ, สิงหาคม 25, 2553
วันสบายๆ
ศุกร์ 13 สิงหาคม 2553
ที่ Iisalmi
วันนี้ตื่นประมาณสิบโมงเช้า อุ่นไก่อบและต้มมาม่าเป็นอาหารเช้า จากนั้นมิกเกะไปออกกำลังกาย เราเลยพอมีเวลาอัพโหลดภาพถ่ายลงเฟสบุ๊ค พอมิกเกะกลับมาเกือบบ่ายโมงพวกเราจึงออกไปทานมื้อกลางวันนอกบ้านและซื้อของทำมื้อเย็น ขับรถไปซื้อเบอร์เกอร์และไปนั่งทานกันริมหาด
ที่ร้านเบอร์เกอร์อดสังเกตไม่ได้ว่ามีคนจ้องเราเต็มไปหมด ทำหน้าไม่ถูกเลยเชียว หลังมื้อกลางวันพวกเราขับรถไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตและกลับมาทำ Tortilla เอง โดยคลุกเนื้อกับผงเครื่องปรุงสำหรับทำโดยเฉพาะ และผัดให้สุก เวลาทานก็ตักเนื้อราดลงบนแป้ง Tortilla ที่มีขายอยู่แล้ว พร้อมกับสลัด แล้วห่อ อร่อยพอใช้ได้เลย ตอนเย็นไปนั่งเล่นที่อพารท์เม้นท์ของคุณยายจนดึกจึงเดินกลับมานอน

ที่ Iisalmi
วันนี้ตื่นประมาณสิบโมงเช้า อุ่นไก่อบและต้มมาม่าเป็นอาหารเช้า จากนั้นมิกเกะไปออกกำลังกาย เราเลยพอมีเวลาอัพโหลดภาพถ่ายลงเฟสบุ๊ค พอมิกเกะกลับมาเกือบบ่ายโมงพวกเราจึงออกไปทานมื้อกลางวันนอกบ้านและซื้อของทำมื้อเย็น ขับรถไปซื้อเบอร์เกอร์และไปนั่งทานกันริมหาด
ที่ร้านเบอร์เกอร์อดสังเกตไม่ได้ว่ามีคนจ้องเราเต็มไปหมด ทำหน้าไม่ถูกเลยเชียว หลังมื้อกลางวันพวกเราขับรถไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตและกลับมาทำ Tortilla เอง โดยคลุกเนื้อกับผงเครื่องปรุงสำหรับทำโดยเฉพาะ และผัดให้สุก เวลาทานก็ตักเนื้อราดลงบนแป้ง Tortilla ที่มีขายอยู่แล้ว พร้อมกับสลัด แล้วห่อ อร่อยพอใช้ได้เลย ตอนเย็นไปนั่งเล่นที่อพารท์เม้นท์ของคุณยายจนดึกจึงเดินกลับมานอน
กิจกรรมในเมืองIisalmi
พุธ 11 สิงหาคม 2553
ที่เมืองอีซาลมี่ (iisalmi) ประเทศฟินแลนด์
วันนี้นอนตื่นสายเพราะอากาศช่วงเช้าค่อนข้างเย็นคือประมาณ 19 องศาและดูครึ้ม แต่ไม่มีฝน พอใกล้เที่ยงอากาศร้อนขึ้นเป็น25 องศา มื้อเช้าทานแค่ชีสแซนด์วิชหนึ่งชิ้นเพราะคุณป้าอันนาลีจะพาไปทานมื้อกลางวันนอกบ้าน หลังอาหารเช้าช่วงเวลาที่รอคุณป้ากลับบ้าน จึงมีเวลานั่งเขียนไดอารี่ย้อนหลังตั้งแต่วันที่มาถึงฟินแลนด์ บรรยากาศนอกระเบียงของอพารท์เม้นท์คุณป้าสวยมาก ล้อมรอบไปด้วยกระจกที่มองลงไปเห็นคนขี่จักรยานไปมาอย่างเงียบๆ อีกทั้งมีกระถางดอกไม้สวยสดดูรื่นรมย์ พอเวลาบ่ายสองโมงคุณป้าก็มาถึงพร้อมกับคุณยายลีซ่าซึ่งสวมเดรสชุดเดียวกับเมื่อวานพร้อมหมวกและรองเท้าสีเดียวกัน ดูน่ารัก หลังจากเตรียมตัวสักพักทุกคนก็พร้อมสำหรับมื้อกลางวัน


มิกเกะพาพวกเราทั้งสี่คนขับรถออกนอกเมือง iisalmi ประมาณ 20 กิโลเมตร จุดหมายปลายทางคือ Runni Spa ที่ให้บริการที่พักพร้อมบริการสปา แต่วันนี้เราจะมาทานบุฟเฟ่มื้อกลางวันกันที่นี่ ที่หน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับมีบ่อน้ำเก่าสนิมเขราะ โดยมิกเกะอธิบายว่าน้ำจากบ่อนี้เป็นน้ำที่ไหลมาจากน้ำพุธรรมชาติ พร้อมชี้ให้ดูใบรับรองคุณภาพบนผนัง พวกเราลองชิมและพบว่าน้ำมีกลิ่นและรสชาติต่างจากน้ำธรรมดามาก อธิบายไม่ถูกแต่ไม่ชอบเท่าไหร่ จากนั้นพวกเราเดินเข้าไปตักอาหารทานเองเพราะเป็นบุฟเฟ่ อดสังเกตไม่ได้ว่าทำไมแขกที่ทานอาหารจึงมีแต่ผู้สูงอายุ และจ้องเหมือนเราเป็นเอเลี่ยน มารู้ทีหลังว่าแขกเหล่านี้เป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่เดินทางมาทำกิจกรรมที่สปาแห่งนี้เพื่อฟื้นฟูกำลังกาย มาจากเมืองเล็กๆรอบๆ iisalmi ซึ่งบางคนอาจไม่เคยเห็นคนเอเชียมาก่อนจึงจ้องเอาๆ รู้สึกแปลกดีแฮะ
บุฟเฟ่กลางวันมื้อนี้ประกอบด้วยอาหารที่มาจากสี่โต๊ะใหญ่ๆได้แก่ ผักและสลัดต่างๆเป็นโต๊ะแรก จากนั้นเป็นโต๊ะของขนมปังชนิดต่างๆและเนย ส่วนอีกโต๊ะหนึ่งเป็นอาหารจานหลักได้แก่มันต้ม สตูว์เนื้อ ปลาอบ และปลาราดซอสครีมเห็ด จากนั้นเป็นโต๊ะเครื่องดื่มที่มีทั้งนม นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มโยเกิรต์รสเปรี้ยว กาแฟ ชาประเภทต่างๆ โกโก้ร้อน และของหวานที่หน้าตาเหมือนมูสทำจากพรุนบด โดยรวมเป็นมื้อที่ดีเพราะรสชาติใช้ได้แถมทานได้ไม่อั้น ทุกคนอิ่มแปล้ ขากลับจึงแวะเดินซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตชื่อ prisma ในเมือง ซื้อของมาเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นอาหารสดตุนให้พวกเราได้กินไปทั้งอาทิตย์ และยังมีอาหารสำหรับคุณยายอีกด้วย ดังนั้นก่อนกลับอพารท์เม้นท์คุณป้าพวกเราจึงแวะส่งคุณยายและช่วยขนของที่ซื้อมาให้คุณยาย พร้อมทั้งใช้เวลาที่เหลือตลอดบ่ายนั่งดูทีวีและเล่นกับแมวมุสสุที่อายุ 18 ปีแมว (เปรียบเป็นอายุคนก็ตั้ง 126 ปี)

หลังจากนั้นเราขับรถไปหาเครปทานแต่ไม่มีขายที่ตลาดนัดเลยต้องกลับ ตลาดนัดคนเยอะมากเพราะมีงานดนตรี นักร้องวัยกลางคน
เย็นนี้ได้อบซาวน่าและดูทีวีก่อนนอน
ที่เมืองอีซาลมี่ (iisalmi) ประเทศฟินแลนด์
วันนี้นอนตื่นสายเพราะอากาศช่วงเช้าค่อนข้างเย็นคือประมาณ 19 องศาและดูครึ้ม แต่ไม่มีฝน พอใกล้เที่ยงอากาศร้อนขึ้นเป็น25 องศา มื้อเช้าทานแค่ชีสแซนด์วิชหนึ่งชิ้นเพราะคุณป้าอันนาลีจะพาไปทานมื้อกลางวันนอกบ้าน หลังอาหารเช้าช่วงเวลาที่รอคุณป้ากลับบ้าน จึงมีเวลานั่งเขียนไดอารี่ย้อนหลังตั้งแต่วันที่มาถึงฟินแลนด์ บรรยากาศนอกระเบียงของอพารท์เม้นท์คุณป้าสวยมาก ล้อมรอบไปด้วยกระจกที่มองลงไปเห็นคนขี่จักรยานไปมาอย่างเงียบๆ อีกทั้งมีกระถางดอกไม้สวยสดดูรื่นรมย์ พอเวลาบ่ายสองโมงคุณป้าก็มาถึงพร้อมกับคุณยายลีซ่าซึ่งสวมเดรสชุดเดียวกับเมื่อวานพร้อมหมวกและรองเท้าสีเดียวกัน ดูน่ารัก หลังจากเตรียมตัวสักพักทุกคนก็พร้อมสำหรับมื้อกลางวัน
มิกเกะพาพวกเราทั้งสี่คนขับรถออกนอกเมือง iisalmi ประมาณ 20 กิโลเมตร จุดหมายปลายทางคือ Runni Spa ที่ให้บริการที่พักพร้อมบริการสปา แต่วันนี้เราจะมาทานบุฟเฟ่มื้อกลางวันกันที่นี่ ที่หน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับมีบ่อน้ำเก่าสนิมเขราะ โดยมิกเกะอธิบายว่าน้ำจากบ่อนี้เป็นน้ำที่ไหลมาจากน้ำพุธรรมชาติ พร้อมชี้ให้ดูใบรับรองคุณภาพบนผนัง พวกเราลองชิมและพบว่าน้ำมีกลิ่นและรสชาติต่างจากน้ำธรรมดามาก อธิบายไม่ถูกแต่ไม่ชอบเท่าไหร่ จากนั้นพวกเราเดินเข้าไปตักอาหารทานเองเพราะเป็นบุฟเฟ่ อดสังเกตไม่ได้ว่าทำไมแขกที่ทานอาหารจึงมีแต่ผู้สูงอายุ และจ้องเหมือนเราเป็นเอเลี่ยน มารู้ทีหลังว่าแขกเหล่านี้เป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่เดินทางมาทำกิจกรรมที่สปาแห่งนี้เพื่อฟื้นฟูกำลังกาย มาจากเมืองเล็กๆรอบๆ iisalmi ซึ่งบางคนอาจไม่เคยเห็นคนเอเชียมาก่อนจึงจ้องเอาๆ รู้สึกแปลกดีแฮะ
บุฟเฟ่กลางวันมื้อนี้ประกอบด้วยอาหารที่มาจากสี่โต๊ะใหญ่ๆได้แก่ ผักและสลัดต่างๆเป็นโต๊ะแรก จากนั้นเป็นโต๊ะของขนมปังชนิดต่างๆและเนย ส่วนอีกโต๊ะหนึ่งเป็นอาหารจานหลักได้แก่มันต้ม สตูว์เนื้อ ปลาอบ และปลาราดซอสครีมเห็ด จากนั้นเป็นโต๊ะเครื่องดื่มที่มีทั้งนม นมถั่วเหลือง เครื่องดื่มโยเกิรต์รสเปรี้ยว กาแฟ ชาประเภทต่างๆ โกโก้ร้อน และของหวานที่หน้าตาเหมือนมูสทำจากพรุนบด โดยรวมเป็นมื้อที่ดีเพราะรสชาติใช้ได้แถมทานได้ไม่อั้น ทุกคนอิ่มแปล้ ขากลับจึงแวะเดินซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตชื่อ prisma ในเมือง ซื้อของมาเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นอาหารสดตุนให้พวกเราได้กินไปทั้งอาทิตย์ และยังมีอาหารสำหรับคุณยายอีกด้วย ดังนั้นก่อนกลับอพารท์เม้นท์คุณป้าพวกเราจึงแวะส่งคุณยายและช่วยขนของที่ซื้อมาให้คุณยาย พร้อมทั้งใช้เวลาที่เหลือตลอดบ่ายนั่งดูทีวีและเล่นกับแมวมุสสุที่อายุ 18 ปีแมว (เปรียบเป็นอายุคนก็ตั้ง 126 ปี)
หลังจากนั้นเราขับรถไปหาเครปทานแต่ไม่มีขายที่ตลาดนัดเลยต้องกลับ ตลาดนัดคนเยอะมากเพราะมีงานดนตรี นักร้องวัยกลางคน
เย็นนี้ได้อบซาวน่าและดูทีวีก่อนนอน
วันพฤหัสบดี, สิงหาคม 19, 2553
Road Trip to Iisalmi
'Tour de Finland' ปั่นสู้ฝัน
Wednesday 4th August 2010
In Jarvenpaa & Tuusula, Finland
We found an ad from a local newspaper that if we cycled around the lake called 'Tuusulanjarvi' and signed its guestbook, we might be lucky to receive a new bicycle. So I thought we should try it just for fun. But the whole track of over 20 km. long was not at all a piece of cake. My bum hurt and my whole legs were swollen (at least i felt they were). We succeeded but guess there would be no more cycling for a while. Arghhhhh...
วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม ปี 2553
เมืองยาร์เวนแป้ รอบๆทะเลสาบตูสุล่า ประเทศฟินแลนด์
พวกเราอ่านพบประกาศจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวนำจักรยานออกมาปัดฝุ่นเพื่อปั่นรอบทะเลสาบตูสุล่าซึ่งมีระยะทางรอบทะเลสาบประมาณยี่สิบกิโลเมตร หากปั่นครบรอบจะมีสมุดให้ลงชื่อเพื่อนำไปจับฉลากชิงรางวัล คือ รถจักรยานหนึ่งคัน ฮ้า! แต่พวกเราไม่หวังจะได้รางวัลหรอกนะ เราเพียงอยากร่วมสนุกด้วยเท่านั้น ในวันที่แดดอุ่น ฟ้าใส พวกเราทานอาหารเช้าให้อิ่มแล้วออกเดินทางลงสนามปั่นสู้ฝัน ช่วงแรกปั่นกันแบบชิลๆ ชมนกชมไม้ไปตามทาง ช่วงหลังๆเริ่มอืด หยุดพักถ่ายรูปตามสถานที่สวยๆรอบทะเลสาบ พอใกล้จะเข้าสู่โค้งสุดท้ายบั้นท้ายเริ่มระบม น่องปูด และมีอาการเหนื่อยหอบอย่างแรง (สังเกตว่ามีเดี๊ยนคนเดียวที่มีอาการแบบนี้ เพื่อนร่วมทางคนอื่นๆดูปกติดีทุกอย่างค่าา อายจริงๆ) และแล้วก็มาถึงเส้นชัย ยินดีมาก ปลื้มปริ่มที่มันจบลงซะที จากนี้ไปคงจะเว้นช่วงปั่นจักรยานอีกนาน เหอะเหอะเหอะ
ชมภาพเพิ่มเติมได้จากอัลบั้มภาพจากลิ้งค์นี้ได้เลยค่ะ ''Tour de Finland''
In Jarvenpaa & Tuusula, Finland
We found an ad from a local newspaper that if we cycled around the lake called 'Tuusulanjarvi' and signed its guestbook, we might be lucky to receive a new bicycle. So I thought we should try it just for fun. But the whole track of over 20 km. long was not at all a piece of cake. My bum hurt and my whole legs were swollen (at least i felt they were). We succeeded but guess there would be no more cycling for a while. Arghhhhh...
วันพุธ ที่ 4 สิงหาคม ปี 2553
เมืองยาร์เวนแป้ รอบๆทะเลสาบตูสุล่า ประเทศฟินแลนด์
พวกเราอ่านพบประกาศจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวนำจักรยานออกมาปัดฝุ่นเพื่อปั่นรอบทะเลสาบตูสุล่าซึ่งมีระยะทางรอบทะเลสาบประมาณยี่สิบกิโลเมตร หากปั่นครบรอบจะมีสมุดให้ลงชื่อเพื่อนำไปจับฉลากชิงรางวัล คือ รถจักรยานหนึ่งคัน ฮ้า! แต่พวกเราไม่หวังจะได้รางวัลหรอกนะ เราเพียงอยากร่วมสนุกด้วยเท่านั้น ในวันที่แดดอุ่น ฟ้าใส พวกเราทานอาหารเช้าให้อิ่มแล้วออกเดินทางลงสนามปั่นสู้ฝัน ช่วงแรกปั่นกันแบบชิลๆ ชมนกชมไม้ไปตามทาง ช่วงหลังๆเริ่มอืด หยุดพักถ่ายรูปตามสถานที่สวยๆรอบทะเลสาบ พอใกล้จะเข้าสู่โค้งสุดท้ายบั้นท้ายเริ่มระบม น่องปูด และมีอาการเหนื่อยหอบอย่างแรง (สังเกตว่ามีเดี๊ยนคนเดียวที่มีอาการแบบนี้ เพื่อนร่วมทางคนอื่นๆดูปกติดีทุกอย่างค่าา อายจริงๆ) และแล้วก็มาถึงเส้นชัย ยินดีมาก ปลื้มปริ่มที่มันจบลงซะที จากนี้ไปคงจะเว้นช่วงปั่นจักรยานอีกนาน เหอะเหอะเหอะ
ชมภาพเพิ่มเติมได้จากอัลบั้มภาพจากลิ้งค์นี้ได้เลยค่ะ ''Tour de Finland''
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)























