วันจันทร์, พฤษภาคม 25, 2558

Fresh haircut ทรงนี้แม่จัดให้

ตั้งแต่สองแม่ลูกย้ายมาอยู่ฟินแลนด์ มีสิ่งหนึ่งที่แม่หัดทำและทำจนชำนาญจนเกิดเป็นความภาคภูมิใจส่วนตัว นั่นก็คือแม่ไม่เคยส่งลูกไปร้านตัดผมเลย เพราะแม่ประหยัดเงินด้วยการตัดผมลูกชายและสามีด้วยตัวเอง 

อุปกรณ์ไม่แพงและหาไม่ยาก ซื้อเพียง kotiparturikone หรือ hiustenleikkuukone ที่มีขายตามท้องตลาด ส่วนสถานที่ก็ใช้ห้องน้ำที่บ้านนั่นล่ะ วางเก้าอี้หนึ่งตัว ใช้ผ้าหรือใยขัดตัวปัดเศษผมออกจากตัว พอตัดเสร็จก็แค่กวาดเศษผมแล้วอาบน้ำสระผมพร้อมกับล้างห้องน้ำไปเลยทีเดียว ประหยัดและสะดวกมากมาย อีกทั้งไม่ต้องจองเวลาที่ร้านตัดผมล่วงหน้า หรือนั่งรอคิวให้เสียเวลา 

ครั้งแรกที่ตัดอาจดูเก้ๆกังๆเพราะผมของแต่ละคนแตกต่างกัน รูปทรงศีรษะก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อความยาก-ง่ายในการตัดผมด้วยเจ้า hiustenleikkuukone นี้ ผมของคุณสามีตัดค่อนข้างง่าย เพราะเป็นผมเส้นเล็กบางและผมไม่หนา ทั้งรูปศีรษะทุยจึงไม่มีปัญหาในการเดินเครื่องรอบๆศรีษะ แต่ลูกชายมีผมค่อนมาทางคนเอเชีย คือผมหนาและเป็นเส้นแข็ง อีกทั้งรูปทรงศีรษะไม่ทุยอย่างทั่วถึง คือด้านหลังจะแบนราบกว่าศีรษะของชาวตะวันตกทั่วไป การเดินเครื่องรอบๆศีรษะจึงยากกว่ากรณีของคุณสามี แม่จึงแก้ปัญหาด้วยการใช้กรรไกรตัดผมให้สั้นลงครึ่งหนึ่งก่อนเดินเครื่องตัดผมรอบๆให้ทั่วถึง
ผลที่ได้ตามรูปเลยค่ะ พ่อลูกทรงเดียวกันเป๊ะ!

ก่อนตัดผม

หลังตัดผม ลูกชายชอบใจมาก ส่วนคุณแม่ภูมิใจไม่เสียตังค์ ฮ่าฮ่า


ทรงนี้ตัดให้คุณสามีมาตลอดสามปี บางครั้งสั้นเกินไปหรือบางทีก็แหว่งบ้าง แต่ฮีไม่เคยบ่นเลย เพราะไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าตัดผมไงล่ะ

และอุปกรณ์ที่ใช้จะหน้าตาประมาณนี้


วันเสาร์, พฤษภาคม 23, 2558

♫ Me ei olla enää me : ไม่มีคำว่า"เรา"อีกต่อไป

ช่วงนี้ได้ฟังเพลงของ SANNI เกือบทุกวันทางวิทยุ เพราะเพลง 2080-luvulla ของนักร้องคนนี้กำลังฮิท แต่เพลงที่ตรงใจเรามากที่สุดกลับเป็นเพลงนี้ เนื้อเพลงมันใช่ เสียงร้องและเมโลดี้ยิ่งกินใจ ทำให้นึกถึงสาวน้อยคนหนึ่งที่มีเหตุต้องเลิกรากับแฟนหนุ่ม แต่เพราะอยู่เมืองเดียวกัน หรืออาจมีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เลยทำให้มีโอกาสพบเจอกันเป็นครั้งคราว แม้จะเลิกรากันแต่ก็ยังมีความผูกพัน ยังมีเยื่อใยที่ทำให้ลืมคนรักไม่ได้ หรือเพราะเลิกกันไม่นานเมื่อสถานะเปลี่ยนไปจึงยังทำใจลำบาก และอาจมีความรู้สึกขื่นขมที่ตอนนี้คนที่เคยรักไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เช่น ไม่เดินกลับพร้อมกัน ไม่เสนอเสื้อให้คลุมกันหนาว หรือแม้เค้าอาจบังเอิญเดินมาส่งที่บ้านก็ไม่เชิญเค้าเข้าบ้านอีกแล้ว 
(จากเนื้อเพลง)  เพราะว่าเมื่อเลิกกันแล้ว คำว่า"เรา"มันก็ไม่มีอีกต่อไปแล้ว เนื้อเพลงบรรยายว่า 
Katselen sua sä näytät samalta : ฉันมองดูเธอ เธอก็ยังดูเหมือนเดิม
Vaikka en tunne enää sinua : แต่ถึงยังงั้นฉันก็ไม่รู้จักเธออีกต่อไปแล้ว
เศร้านะ แต่เวลาจะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้นถ้าไม่ไปสะกิดแผลใหเจ็บซ้ำซ้อน 
เราเชื่อว่าใครหลายคนก็เคยมีประสบการณ์แบบนี้ และก็ผ่านมันมาได้ด้วยดี หรือหากใครที่กำลังรู้สึกแบบนี้อยู่ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ 
***คิดซะว่าถึงไม่มีคำว่า"เรา"แต่คำว่า"ฉัน"ยังอยู่*** 
เวลานี้รักตัวเองให้มากเข้าไว้ แล้วใจจะสงบขึ้นค่ะ
ฝากอ่านบทความ The Missing Piece Meets The Big O
ที่สอนเกี่ยวกับความรักด้วยนะคะ

 



Me ei olla enää me
Sanni

Katselen sua sä näytät samalta
Mutta äänessäs on jotain uutta
Onpa kiva pitkästä aikaa jutella
Vaikka en tunne enää sinua

Koska me ei olla enää me
Ostetaan joululahjat jollekin toiselle
Sä et kuulu enää mulle
Kun lähdet en perääsi enää kävele
Koska me ei olla enää me
Voit saattaa kotiin mut et pääse enää sisälle
Ei haavat niitä repimällä parane
Joten käänny ja kävele
Koska me ei olla enää me

Marraskuun viima vasten puhaltaa
Helsingin kadut tulvii roskaa
Mulla on kylmä ja sen kyllä huomaat
Mutta et tarjoo sun takkia

Koska me ei olla enää me
Ostetaan joululahjat jollekin toiselle
Sä et kuulu enää mulle
Kun lähdet en perääsi enää kävele
Koska me ei olla enää me
Voit saattaa kotiin mut et pääse enää sisälle
Ei haavat niitä repimällä parane
Joten käänny ja kävele
Koska me ei olla enää me

Ei enää me

Katselen sua sä näytät samalta
Vaikka en tunne enää sinua

Koska me ei olla enää me
Ostetaan joululahjat jollekin toiselle
Sä et kuulu enää mulle
Kun lähdet en perääsi enää kävele
Koska me ei olla enää me
Voit saatta kotiin mut et pääse enää sisälle
Ei haavat niitä repimällä parane
Joten käänny ja kävele
Koska me ei olla enää me

วันพฤหัสบดี, เมษายน 16, 2558

Suomalainen Kirjakauppa สอนใจ

''The Happiness Project'' by Gretchen Rubin is currently on sale at Suomalainen Kirjakauppa for 13,95 euro (English language-soft cover) or 12,95 euro in Finnish translation. I really really really recommend it....and at the same time wonder if someone would be kind enough to buy me this book as a gift. Update: Hubby has kindly purchased this book from adlibris.fi for me, which offers half price (6,30 e. ; even twice cheaper than that of Suomalainen Kirjakauppa's sale) plus free delivery. WTH!!! Lesson learned: ALWAYS do research before you make a decision to purchase something regardless of how big or small that is. Do not rush. Keep your eyes open and make sure you have done price comparison, especially when buying a book in Finland cuz BOOKS ARE EXPENSIVE HERE!!!

วันหนึ่งหลังเลิกงานมีความจำเป็นต้องเดินไปซื้อของที่ห้าง Prisma ใกล้บ้าน เมื่อได้ของแล้วกำลังจะเดินกลับบ้าน จู่ๆก็เกิดอยากแวะเข้าร้านหนังสือ Suomalainen Kirjakauppa แล้วก็มาจ๊ะเอ๋เข้ากับหนังสือ ''The Happiness Project'' เขียนโดย Gretchen Rubin กำลังลดราคาอยู่ จาก 25 ยูโร เหลือ 12,95 ยูโร แต่เป็นฉบับที่แปลเป็นภาษาฟินนิช ไม่รอช้าเดี๊ยนรีบถลาเข้าไปถามพนักงานว่า มีฉบับดั้งเดิมที่เป็นภาษาอังกฤษไหม นางรีบค้นหาจากคอมพิวเตอร์แล้วบอกเราว่า ที่ร้านไม่มีแต่สามารถสั่งจองแล้วมารับที่ร้านได้ภายในหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งถ้าเป็นฉบับภาษาอังกฤษแบบปกอ่อนจะราคา 13,95 ยูโร และปกแข็งราคาจะสูงขึ้นอีกประมาณสิบยูโร ณ เวลานั้นคิดว่า ราคานี้ไม่น่าจะแพงเกินไป แถมลดราคาลงมาเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังไม่ตัดสินใจสั่งจองเหตุเพราะยังไม่มีความจำเป็นต้องซื้อ (จำได้ว่าปีที่แล้วหายืมหนังสือเล่มนี้จากห้องสมุดประจำเมืองแต่เจอเพียงฉบับภาษาฟินนิช บรรณารักษ์ก็แนะให้ยืมแบบทางไกล Kaukolainaus จากห้องสมุดอื่นทั่วประเทศหรือจากประเทศเพื่อนบ้านแถบสแกนดิเนเวีย โดยต้องเสียค่าบริการยืม 7 ยูโร (ยืมภายในประเทศ) หรือ 10 ยูโรต่อหนึ่งออเดอร์หากยืมจากต่างประเทศ จำใจยืมทางนี้เพราะหากไม่ได้อ่านเดี๊ยนจะต้องลงแดงตายแน่ๆ อาการหนักนะเนี่ย! แต่พอยืมมาแล้วกลับได้อ่านเพียงสองบทแล้วต้องจำใจส่งคืน เนื่องจากอ่านไม่ทันและในช่วงเดียวกันเดี๊ยนต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบโทเฟลนั่นเอง ไม่คุ้มกับเงินเจ็ดยูโรที่เสียไปจริงๆเล้ยยยย)

พอกลับถึงบ้านเล่าให้สามีฟัง ฮีเสนอตัวซื้อหนังสือเล่มนี้ให้แต่มีข้อแม้ว่าต้องเปรียบเทียบราคาจากแหล่งอื่นก่อน เพื่อความชัวร์ว่าราคานี้ถูก(และคุ้มค่า)ที่สุดแล้ว เพราะปกติแล้วร้าน Suomalainen Kirjakauppa มักจะวางขายหนังสือที่ราคาแพงกว่าแหล่งอื่นเพราะร้านเค้าหญ่าย มีสาขามากมายทั่วประเทศ เค้าก็เลยกำหนดราคาโดยไม่สนคู่แข่ง(เพราะแทบไม่มีคู่แข่งเลย) และก็ บิงโก้! จริงอย่างที่คุณสามีของเดี๊ยนคิดไว้ไม่มีผิด ร้านขายหนังสือออนไลน์ adlibris.fi ขายอยู่ที่ราคาเพียง 6,30 ยูโร (หั่นราคาลงอีกครึ่งหนึ่งของราคาที่ลดแล้วจากSK OMG!!) แถมส่งถึงบ้านฟรีอีกด้วย สบายกระเป๋าคุณสามีเลยล่ะงานนี้

ดังนั้น เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ในประเทศซัวมิแห่งนี้ไม่ว่าเราจะต้องการซื้ออะไร เล็กหรือใหญ่ ไม่ควรรีบตัดสินใจ ควรเปิดหูตาให้กว้าง หาข้อมูล เปรียบเทียบราคา และหากเป็นไปได้ให้อ่านรีวิวก่อนตัดสินใจซื้อนะคะ โดยเฉพาะหนังสือหรือสิ่งพิมพ์ถือว่าเป็นสินค้าราคาแพงเลยทีเดียว

ปล.หากถามว่าเดี๊ยนเข็ดหลาบกับร้าน SK มั๊ย ตอบได้เลยว่า ไม่เลยคร้าาา ไม่ได้เกลียดชังร้านที่ขายของแพงนะ (เพราะแอบได้ยินมาว่าร้านขายยาที่เดี๊ยนทำงานอยู่ก็ขายของแพงเช่นกัน แหะแหะ)แต่บางช่วงร้าน SK ก็มีโปรโมชั่นลดราคาเครื่องเขียนหรืออุปกรณ์งานประดิษฐ์นะ ราคาก็ไม่ถึงกับไม่น่าคบหา แต่ก็นะเมืองที่เดี๊ยนอยู่น่ะมันเล็ก ร้านขายหนังสือหรือเครื่องเขียนก็ไม่มีเยอะแยะมากมาย หากต้องการของด่วนก็คงต้องพึ่งพิงร้านนี้แหละเนอะ เฮ้อ ก้มหน้าก้มตารับมือกับระบบธุรกิจแบบ Monopoly ของฟินแลนด์ต่อปายย :(

***โปรดติดตามอ่านเหตุผลที่ต้องมีหนังสือ''The Happiness Project''มาไว้ในครอบครองได้ในตอนต่อไป***

วันอาทิตย์, เมษายน 05, 2558

ข้อความคมๆจากหนังสือ LIVE WIRE


'' เรามักได้รับการปลอบใจในยามที่เราสูญเสียว่าเวลาจะช่วยเยียวยาทุกบาดแผล นั่นมันเป็นเรื่องงี่เง่า ความจริงก็คือ คุณรู้สึกเสียหายย่อยยับ คุณเศร้าโศกเสียใจ คุณร่ำไห้จนถึงจุดที่คุณคิดว่าคุณจะไม่มีวันหยุดร้องได้อีกแล้ว-- แล้วคุณก็มาถึงขั้นที่สัญชาติญาณการเอาตัวรอดของคุณเข้าควบคุม คุณหยุด คุณเพียงแค่ไม่ยอมปล่อยให้ตัวเอง ''คิดถึงเรื่องนั้น'' อีกต่อไปเพราะความเจ็บปวดมันมากเหลือเกิน คุณปิดกั้น คุณปฎิเสธมัน แต่คุณไม่ได้รับการเยียวยาจริงๆหรอก ''

จากข้อความที่ตัดตอนมาจากหนังสือ LIVE WIRE เขียนโดย Harlan Coben
แปลความตามความรู้สึกโดย Mayuree Reunsati-Salmi

ใครที่ชอบนวนิยายแนวลึกลับระทึกขวัญ ขอแนะนำผลงานของ Harlan Coben นะคะ อ่านหนังสือของนักเขียนคนนี้มาห้าเล่มแล้ว ไม่เคยผิดหวังเลย


วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 21, 2558

Restaurant Day's new theme : home style Nepalese food



พวกเราทำร้านอาหารในนาม Sano Vhancha เป็นภาษาเนปาล แปลว่า ห้องครัวเล็กๆ ทำกันมาปีนี้เป็นปีที่สี่แล้ว มีสมาชิกหลักสี่คน โดยสองคนเป็นคนเนปาล หน้าที่หลักเป็นพ่อครัว โดยเราเป็นผู้ช่วยและรับผิดชอบทำของหวาน และสมาชิกอีกคนเป็นคนฟินน์ ดูแลเรื่องการประชาสัมพันธ์และบัญชี ก่อนวันที่เปิดร้านพวกเราก็ต้องวางแผน คิดเมนู(ซึ่งแน่นอนว่าเป็นอาหารเนปาล) วางผังการเสริฟอาหาร หาสถานที่ ลงข่าวโฆษณา เปิดจองโต๊ะ ซื้ออาหาร เตรียมเครื่องปรุง ตกแต่งสถานที่ ฯลฯ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ในวันเปิดร้านพวกเราจะยุ่งมาก แทบไม่มีเวลาพักทานอาหารกันเลย แต่สนุกมาก เป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมและถือเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไปด้วยในตัว แต่ละปีพวกเราคิดค้นธีมร้านไม่ซ้ำกัน เช่นสองปีก่อนเราจัดร้านในหัวข้อ อาหารเนปาลของชนกลุ่มเนวาร์ ปีถัดมาเรากางเต้นท์บนถนนคนเดินเพราะธีมร้านของเราคืออาหารข้างถนน (Street food) และล่าสุดเราจัดธีมเป็นอาหารเนปาลพื้นบ้าน แบบที่ทำทานที่บ้านจริงๆ (home style Nepalese food)

บรรยากาศก่อนเปิดร้าน 

โชคดีที่วันเปิดร้านพวกเรามีเพื่อนๆอาสามาช่วยเสริฟอาหาร เก็บโต๊ะและล้างจาน งานจึงผ่านไปด้วยดี โดยส่วนตัวมีโอกาสพบปะเพื่อนใหม่ และพัฒนาทักษะการสื่อสารและการทำงานเป็นทีม และที่สำคัญได้ซึมซับบรรยากาศห้องครัวกลิ่นอายชมพูทวีป และลิ้มรสอาหารที่ที่มีกลิ่นและรสชาติของเครื่องเทศแบบจัดเต็ม ทำให้ตัวเองสนใจทำอาหารมากขึ้น ตอนนี้ก็เริ่มจากอบขนมเล็กๆน้อยๆก่อนแบบค่อยเป็นค่อยไป ต่อไปอาจมีส่วนร่วมในการปรุงอาหารมากขึ้นและธีมใหม่ของพวกเราครั้งหน้าอาจมีหน้าตาเป็นฟิวชั่นฟู้ด เนปาลปนไทยก็อาจเป็นได้
ป.ล. หากใครสนใจอยากจัดร้านแบบนี้ ก็สามารถหาข้อมูลและลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ restaurantday.org นะคะ ไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลยค่ะ น่าสนใจนะคะหากมีสถานที่และมีไอเดียเก๋ๆก็น่าจะลองทำดูนะคะ 

ด้านล่างตัดมาจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นที่ลงข่าวของร้านเราจากวัน Restaurant day นี้เองค่ะ

Keski-Uusimaa 16.2.2015.

วันจันทร์, กุมภาพันธ์ 09, 2558

Baked To Bite : Veggie-sausage Gratin

ʕ•ᴥ•ʔ ▧.▨ Veggie-sausage Gratin ▧.▨ ʕ•ᴥ•ʔ

Many of you might wonder what Gratin means, and what kind of dish Gratin is. Gratin derives from the French term ''le gratin'' which signifies the "upper crust". Having been borrowed into English, Gratin, therefore, means ''A top crust consisting of browned crumbs and butter, often with grated cheese'' (ref: www.thefreedictionary.com). Basically, Gratin dish is prepared in a shallow baking dish or bowl and cooked in a way that the surface of the food (usually prinkled with cheese) becomes golden brown and crispy. 


And...here is Veggie-sausage Gratin, I have baked for the first time.
Recipe can be found from this link (in Finnish).
Enjoy baking !!! :)






วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 07, 2558

Baked To Bite : Tosca Cake

✤✤✤❧ Tosca Cake ❧✤✤✤
This is my third time baking Tosca cake (Toscakakku) with good results each time. Thanks to my Finnish language classmate, Rove for this super simple recipe. Follow this link for a quick & easy recipe online, and be careful not to burn it.

p.s. Baking is actually a lot more fun than I used to think. Nautitaan leipomisen ilosta! Enjoy baking!!! :)