วันจันทร์, เมษายน 21, 2557

Chili burglar : จับได้แล้ว "หัวขโมยกัดใบพริก"!!!


สัปดาห์แรกผ่านไปอย่างรวดเร็ว ยาสุปรับตัวได้ดี มันเริ่มมีที่โปรดในห้องนอนของเรา ชอบที่จะเอกเขนกนอนบนที่นอนของเราเวลากลางวัน



หลายครั้งมันจะนอนบนพรมหน้าห้องน้ำขณะที่มีคนกำลังอาบน้ำ และแง้มประตูเข้าไปสำรวจทันทีที่พวกเราปิดก็อกน้ำ
พอเวลาที่ทุกคนเข้านอนมันก็จะกระโดดขึ้นไปนอนบนเก้าอี้ประจำของมันรอให้เราดับไฟเข้านอน แล้วเช้าตรู่มันจะเข้ามาทักทายขณะที่เรากำลังแปรงฟัน พร้อมกับล้มตัวลงนอนข้างเท้าเพื่อให้เราลูบตัวมัน เวลาที่เราเปิดประตูเข้ามาในบ้านก็จะเห็นมันนอนอยู่หลังรั้วกั้น หรือเยี่ยมหน้าออกมาทักทายไม่ว่ามันจะนอนอยู่ตรงไหนของบ้าน

นอกจากพฤติกรรมการนอนแล้ว ยาสุยังโปรดปรานเกมตะปบของเล่นที่นำมาล่อ และไม่ว่าสิ่งใดที่ห้อยอยู่ มันจะต้องเอื้อมตะปบดึงลงมาทำให้เสียหายจนได้ แต่โชคดีที่ยังไม่มีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใดแตกเสียหาย นอกจากลูกบอลไหมพรมหนึ่งลูกที่ถูกมันเอื้อมกระชากลงจากผนังและเขี่ยจนบอลบิดเบี้ยวเสียทรง (ก็แมวกับไหมพรมเนี่ยดันเป็นของคู่กันนี่นา เห็นไหมพรมทีไรเจ้าเหมียวไม่เคยอดใจได้ซักที)


แต่...มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณสามีร้องกรี๊ด เมื่อเช้าวันหนึ่งตื่นขึ้นมาพบว่า พริกต้นสุดท้ายที่ทะนุถนอมเลี้ยงดูมาอย่างดี เพราะปลูกเองตั้งแต่หน้าร้อนปีที่แล้ว เมื่อสังเกตดูใกล้ๆพบว่า เกือบทุกใบของต้นพริกถูกกัดจนแหว่งบ้าง หรือบางใบมีก็มีรูพรุนจนน่าหวั่นใจ


สงสัยว่าน่าจะเป็นฝีมือของสมาชิกใหม่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ด้วยกัน แต่ในเมื่อไม่มีหลักฐาน เราก็ยังไม่ปักใจเชื่อ และก็ไม่ได้ลงโทษจนกว่าจะเห็นกับตา ส่วนมาตรการณ์รักษาความปลอดภัยของน้องต้นพริก ก็คือใช้กระดาษห่อรอบกระถางให้มีความสูงกว่ายอดพริก เพื่อกันแมวเหมียวยาสุแทะเล็ม รวมทั้งจับตาดูเจ้าวายร้ายไม่ให้เข้าใกล้น้องพริก ยาสุก็ฉลาดที่ไม่ทำพิรุธให้เห็น มันเพียงเดินเฉียดกระถางไป-มา แล้วก็ทำท่าดอมดมกระถางดอกไม้ข้างๆ ยามที่มันเดินเข้าไปใกล้ต้นพริกพวกเราก็โบกมือและส่งเสียงห้าม มันก็เลิกราแต่โดยดี จนกระทั่งหลายวันต่อมามันคงจะทนไม่ไหว จึงใช้จมูกดันกระดาษที่ห่อกระถางให้เอียงเข้าไปในกระถางและเริ่มขยับปากแทะเล็มใบพริก ทันใดนั้นหัวขโมยก็ถูกจับพร้อมกับถูกพ่นน้ำเข้าเต็มหน้า มันวิ่งหนีด้วยความตกใจ คราวนี้อาจจะหลาบจำไม่มาแอบกินใบพริกอีก แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ พวกเราจึงจัดมาตรการณ์ขั้นเด็ดขาด นั่นคือ ย้ายต้นพริกขึ้นไปวางบนชั้นหนังสือสูงๆ และเพื่อไม่เป็นการหลอกล่อให้ยาสุกระโดดสูงเพื่อชิงต้นพริก พวกเราได้วางเปลือกส้มรอบๆกระถาง เนื่องจากแมวเกลียดกลัวกรดและกลิ่นจากเปลือกส้มมาก(ก็เพิ่งรู้นี่แหละนะ)
จากนี้ไป ต้นพริกคงจะปลอดภัยจากแมวจอมซน และคงจะโตขึ้น ออกดอกให้ผลผลิตแก่เราเร็วๆนี้นะ
 " ขอบคุณนะที่ยังอึดและไม่ตายเหมือนต้นอื่นๆ "

วันอาทิตย์, เมษายน 20, 2557

Once upon a time with Jasu : ยาสุ แมวเหมียวจอมซน


เมื่อเดือนที่แล้วพวกเราได้ต้อนรับการมาเยือนของยาสุ สัตว์เลี้ยงของเพื่อนคนหนึ่งที่กำลังเดินทางท่องเที่ยวในเมืองไทยพร้อมครอบครัวเป็นเวลาหนึ่งเดือน อันที่จริงพวกเราก็คุ้นเคยกับยาสุพอสมควร เพราะได้เจอทุกครั้งที่แวะเยี่ยมเยียนบ้านของเพื่อนซึ่งไม่ไกลจากบ้านเรามากนัก แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ยาสุมาพักกับพวกเรา โดยที่เพื่อนได้เตรียมกระบะทราย อาหาร ของเล่น รวมทั้ง Cat tower (ชั้นลอยฟ้าสำหรับพักผ่อน ปีนขึ้นลง และฝนเล็บ) ของยาสุมาด้วย

โดยที่เพื่อนได้ย้ำให้พวกเราระวังเป็นพิเศษเมื่อเปิด-ปิดประตูบ้าน เพราะเจ้ายาสุอาจเล็ดลอดหนีออกนอกบ้านได้ เพราะเคยเกิดเหตุการณ์ที่ยาสุลอดออกนอกบานหน้าต่างที่แง้มไว้แล้วปีนขึ้นไปบนระเบียงของเพื่อนบ้านมาแล้ว ด้วยเหตุนี้พวกเราจึงจัดเตรียมลวดตาข่ายที่กางได้ 90 องศาเพื่อกันยาสุยามที่พวกเราต้องเปิด-ปิดประตูหน้าบ้าน ลวดตาข่ายที่ว่านี้ก็ทำหน้าที่ได้ดี เพราะยาสุไม่มีโอกาสแย้มหน้าออกนอกประตูบ้านเลยแม้แต่ครั้งเดียว

คืนแรกยาสุยังต้องปรับตัว ปรับจมูกรับกลิ่นของบ้านใหม่ ดังนั้นมันจึงเดินสำรวจ สูดดม ถูไถตัวมันกับสิ่งของรอบๆบ้าน ทุกซอกทุกมุม  แต่ยังเกรงๆกลัวๆที่จะเข้ามาคลอเคลียกับตัวเรา แต่คืนต่อมามันก็เริ่มกระโดดขึ้น-ลงชั้นหรือตู้ เข้ามาถูไถตัวบนขาเรา กล้าเล่น และยังกล้าข่วนอีกด้วย

พวกเราเองก็ต้องปรับตัว เรียนรู้นิสัยส่วนตัวของมันด้วย ตัวอย่างเช่น ต้องคอยแง้มเปิดประตูห้องทุกห้องทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะมันจะต้องเดินเข้า-ออกตามใจฉันได้อย่างสะดวก ไม่อย่างนั้นมันก็จะร้องเตือนและตะกายประตูด้วยเสียงอันดัง หรือการแปรงขนบนตัวมันจะทำอย่างไรให้มันส่งเสียงออกมาด้วยความพอใจ และไม่ก่อให้เกิดความรำคาญจนถูกมันข่วนเอา หรือ เล่นกับมันด้วยของเล่นชิ้นไหน อย่างไร เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายแก่ข้าวของหรือเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน หรือแม้แต่การห้าม หรือลงโทษ เมื่อการห้ามไม่เป็นผลก็ต้องหาวิธีลงโทษให้เข็ดหลาบ  เป็นต้น

ป.ล. พวกเราจะไม่ตีเด็กดื้อหรือแมวดื้อเป็นอันขาด แต่จะใช้วิธีลงโทษเมื่อทำผิด นั่นก็คือให้เด็กนั่งสำนึกผิดตรงมุมห้องเป็นเวลานานซึ่งเด็กไม่ชอบ เนื่องจากก่อให้เกิดความเบื่อหน่ายและอาการเหน็บชามาเยือน ส่วนแมวที่เกลียดน้ำเป็นหนักหนานั้น พวกเราจะลงโทษด้วยการฉีดน้ำใส่หน้าเมื่อแมวเกิดอาการดื้อรั้นหรือของขึ้น แต่ก็หยุดมันได้แค่ชั่วคราวเพราะเมื่อไม่มีคนอยู่บ้านมันก็แอบทำอีกจนได้ ก็แมวมันฉลาดจะตายไป๊!



ยังมีเรื่องเล่าต่อนะคะ โปรดติดตามตอนต่อไปใน Chili burglar : จับได้แล้ว "หัวขโมยกัดใบพริก"!!! 


วันศุกร์, เมษายน 18, 2557

ฝึกลูกชายเล่นซูโดะกุ (sūdoku: brain-training game)


วันนี้เป็นวันหยุดวันแรกของเทศกาลอีสเตอร์ของฟินแลนด์ สอง แม่-ลูกจึงหากิจกรรมเล็กๆน้อยๆทำด้วยกันที่บ้าน  เนื่องจากก่อนหน้านี้แม่ยอมเล่น "เกมทายชื่อประเทศจากรูปธงชาติของทวีปยุโรป"กับไทเลอร์ ทั้งๆที่เป็นเกมที่แม่ไม่ถนัด(ไม่อยากบอกเลยว่าแม่อ่อนวิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์มาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะลูกเอ๊ย) คราวนี้ไทเลอร์จึงสัญญาว่าจะเล่นเกมที่แม่เลือก และเกมที่แม่โปรดปรานมากก็คือ...แต่นแต๊น...ซูโดะกุ(sūdoku)นี่ไง

ซูโดะกุ(sūdoku) คือเกมปริศนาตัวเลข ที่ผู้เล่นต้องเลือกใส่ หมายเลขตั้งแต่ เลข 1 ถึงเลข 9 โดยมีเงื่อนไขว่าในแต่แถวและแต่ละหลักตัวเลขต้องไม่ซ้ำกัน ตารางซูโดะกุจะมี 9×9 ช่อง ซึ่งประกอบจากตารางย่อย 9 ตาราง ในลักษณะ 3×3 แบ่งแยกกันโดยเส้นหนา และในแต่ละตารางย่อยจะต้องมีตัวเลข 1 ถึง 9 เช่นเดียวกัน เมื่อเริ่มเกมจะมีตัวเลขบางส่วนให้มาเป็นคำใบ้ และผู้เล่นจะต้องใส่ทุกช่องที่เหลือให้ครบ โดยตามเงื่อนไขว่าแต่ละตัวเลขในแต่ละแถวและหลักจะใช้ได้ครั้งเดียว รวมถึงในแต่ละขอบเขตตารางย่อย การเล่นเกมนี้จำเป็นต้องใช้ความสามารถในด้านตรรกะตรรกะและความอดทนรวมถึงสมาธิ เกมนี้เริ่มต้นเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกาในปีพ.ศ. 2522 ในชื่อนัมเบอร์เพลส แต่เป็นที่นิยมและโด่งดังในประเทศญี่ปุ่นภายใต้ชื่อ ซูโดะกุ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2529 และเป็นที่นิยมทั่วโลกอีกครั้งในปีพ.ศ. 2548
(คำอธิบายจาก http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8B%E0%B8%B9%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B8)

Sudoku-by-L2G-20050714
Credit: By Tim Stellmach [Public domain], via Wikimedia Commons

ตาราง ซูโดะกุ 9×9 ช่อง และตัวเลขที่ใบ้ไว้ตอนเริ่มเกม จุดมุ่งหมายของเกมคือใส่ตัวเลขที่เหลือให้หมด โดยแต่ละแถวและหลักเลขจะไม่ซ้ำกัน
เกมนี้โดยทั่วไปจะมีระดับความยาก-ง่ายอยู่สี่ระดับ คือ ง่าย ปานกลาง ยาก และยากมาก และนอกจากจะมีรูปแบบตารางขนาดมาตรฐาน 9x9 ช่องแล้ว ยังมีตารางแบบ 4x4, 6x6, 12x12, 16x16, 25x25,...หรือมากถึง 49x49 โดยตารางที่มีขนาดใหญ่ขึ้นก็จำเป็นต้องเติมตัวเลขที่มีจำนวนมากขึ้นไปตามลำดับ
แต่พวกเราคุ้นเคยกับตารางแบบมาตรฐาน ที่มักจะหาเจอตามหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือหนังสือฝึกเล่นเกมปริศนาทั่วไป วันนี้เราจึงเริ่มเล่นจากตาราง 9x9 และระดับความง่ายก่อน

ส่วนอุปกรณ์การเล่นของเราคือ กระดานซูโดะกุแม่เหล็กที่สามารถแปะตัวเลขที่เป็นแผ่นแม่เหล็กและแกะออกมาได้ง่าย พร้อมกับหนังสือตัวอย่างคำใบ้จากระดับง่าย ถึง ระดับยาก แรกๆลูกชายซึ่งเคยเห็นแม่เล่นบ่อย ก็ขอลองเล่นบ้าง โดยให้แม่ช่วยแนะว่าแถวไหน ช่องไหนที่น่าจะลองเติมตัวเลขให้ครบก่อน ซึ่งก็ใช้การคาดคะเนความน่าจะเป็นโดยพิจารณาจากตัวเลขอื่นๆที่วางในตาราง หลักหรือแถวเดียวกันควบคู่กันไป ยิ่งเติมตัวเลขลงไปมากเท่าไหร่ ความน่าจะเป็นที่จะใส่ตัวเลขที่เหลือลงในช่องที่ว่างอยู่ก็ยิ่งสูงขึ้น โดยมีเงื่อนไขเดียวคือ ตัวเลขในแต่ละแถวและหลักจะใช้ได้ครั้งเดียว รวมถึงในแต่ละขอบเขตตารางย่อยด้วย จากนั้นเป็นต้นมาลูกชายก็ฝึกเล่นเองบ้าง โดยที่แม่คอยเช็คความถูกต้อง แต่ยังคงเล่นในระดับที่ง่าย และยังไม่ซับซ้อน ผลก็คือลูกมีสมาธิดีขึ้น ใช้เวลาเล่นน้อยลง และก็เติมเลขผิดน้อยลงด้วย หากฝึกเล่นอีกสองถึงสามปี อาจสามารถยกระดับขึ้นมาเล่นความยากระดับปานกลาง และระดับที่ยากขึ้นต่อไปได้ 


เป้าหมายสูงสุดของแม่ที่พยายามให้ลูกฝึกเล่นเกมซูโดะกุก็คือ ต้องการฝึกให้ลูกมีสมาธิ ฝึกการใช้ตรรกะ พัฒนาสมองซีกซ้ายให้สามารถชั่งน้ำหนักเหตุและผล เพื่อหาคำตอบ และแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็นโจทย์ในบทเรียนหรือในชีวิต  นอกจากซูโดะกุแล้ว ก็ยังมีเกมอื่นๆอีกมากมายที่ช่วยฝึกสมองของลูก เช่น บอร์ดเกมต่างๆ(หมากรุก หมากฮอส ฯลฯ) เกมส์ไพ่ เกมส์เศรษฐี เกมเติมคำศัพท์(crossword) เป็นต้น ซึ่งเชื่อว่าคุณแม่ทุกคนช่วยฝึกสมองซีกซ้ายให้ลูกได้ด้วยการสนับสนุนให้ลูกเล่นเกมฝึกสมองแบบนี้


Happy Easter สุขสันต์เทศกาลอีสเตอร์ 2014

วันนี้เป็นวันหยุดวันแรกของเทศกาลอีสเตอร์ (Pääsiäinen) ของฟินแลนด์ ไม่ได้วางแผนทำอะไรเป็นพิเศษ ไม่มีการระบายสีไข่ ไม่ได้ปลูกหญ้า Rairuoho หรือปลูกดอก pääsiäisen narsissit และก็ไม่ได้ซื้อช็อคโกแล๊ตเพิ่ม เพราะหนึ่งตะกร้าที่เหลือจากปีที่แล้วก็ยังกินไม่หมด ไหนๆก็ได้หยุดงานตั้งสี่วันแล้ว ขอจัดบ้านแล้วก็นอนอ่านหนังสือเงียบๆดีกว่า
Mukavaa pääsiäistä kaikille !!!
 — feeling ขี้เกียจมากถึงมากที่สุด แต่สบายใจที่ซู้ด.




วันพฤหัสบดี, มีนาคม 27, 2557

Tervetuloa Jasu : ยินดีต้อนรับแมวเหมียวยาสุ

Tervetuloa Jasu!!! Jasu on pieni ja suloinen Järvisen kissa, joka tuli meille asumaan noin kuukaudeksi. Katso Thailer ja Jasu! Näin heistä tulee hyvät ystävät.
p.s. Hauskaa matkaa Järvisen perheelle!

ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ที่จะมาพักกับเราเป็นเวลาหนึ่งเดือน ยาสุเป็นสมาชิกของครอบครัวยาร์วิเนน เป็นแมวที่น่ารัก ขี้เล่น ชอบอ้อน ไม่ดื้อ ไม่กวนใครเลย ... เห็นมั๊ย! ไทเลอร์ดีใจได้เพื่อนเล่น
ป.ล. ขอให้ครอบครัวยาร์วิเนนเดินทางโดยสวัสดิภาพ ไม่ต้องห่วงยาสุนะคร๊าบบบ





วันเสาร์, กุมภาพันธ์ 15, 2557

นักเรียนเก่งที่สุดในโลกเขาปั้นกันอย่างไร? โดย รศ.ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์


นักเรียนเก่งที่สุดในโลกเขาปั้นกันอย่างไร?
รศ.ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ Ph.D.

นักเรียนมัธยมอายุ 15 ปีของประเทศฟินแลนด์ สามารถทำคะแนนจากแบบทดสอบคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่านได้ดีที่สุด ในบรรดาประเทศในกลุ่มองค์การเพื่อการพัฒนาและร่วมมือกันด้านเศรษฐกิจ (OECD-Organization for Economic Cooperation and Development)การทดสอบด้วยโปรแกรมการประเมินนักเรียนนานาชาติ เรียกว่า PISA-Programme for International Student Assessment เป็นโครงการประเมินของผลการเรียน เป็นช่วงๆ ละ 3 ปี สำหรับนักเรียนอายุ 15 ปีของประเทศสมาชิก

ปีแรกทำการประเมินในปี ค.ศ. 2000 เน้นทดสอบด้านความสามารถในการอ่าน ช่วงที่ 2 ประเมินในปี 2003 ทดสอบด้านคณิตศาสตร์ และ การแก้ปัญหา และในปีพ.ศ. 2006 ทำการทดสอบความสามารถด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติจากผลการทดสอบล่าสุดปี 2003 มีนักเรียนเข้าร่วมจำนวน 6,235 คน จากโรงเรียน 197 แห่ง จาก 161 ประเทศซึ่งนับรวมประเทศไทยด้วย

ปรากฏว่านักเรียนจากฟินแลนด์ ชนะเลิศในวิชาการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ส่วนเทคนิคการแก้ปัญหาแพ้แก่นักเรียนจากประเทศเกาหลีไต้เพียงเฉียดฉิว ในทุกวิชานักเรียนฟินแลนด์ ทำค่าคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่ม OECD ประมาณ 40-50 คะแนน จากคะแนนเฉลี่ยโดยทั่วไปประมาณ 500 คะแนน

ความเข้าใจและใส่ใจต่อความต้องการของเด็กคือกุญแจสู่ความสำเร็จจากการสำรวจโรงเรียนของฟินแลนด์พบว่า กุญแจสำคัญอันนำไปสู่ความสำเร็จดังกล่าว ประกอบด้วย

1. การประกันความเสมอภาคทางโอกาสแก่นักเรียนทุกคนโดยไม่แบ่งชนชั้น

2. ไม่มีการเปรียบเทียบผลการเรียนระหว่างบุคคล จะเน้นการให้ความช่วยเหลือแนะแนวทางนักเรียนที่มีความต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ทั้งนี้พบว่ามีเด็กนักเรียนเพียงจำนวนน้อยนิดที่ต้องเรียนซ้ำชั้น

3. ปัจจัยเสริมอื่นๆ ที่เกื้อหนุนให้นักเรียนฟินแลนด์ เก่งกาจขนาดนี้มีหลากหลายปัจจัย เช่นเด็กเล็กๆ รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น และมีแรงจูงใจเพิ่มขึ้นจากการสอนของครูเพียงคนเดียว นักเรียนเรียกชื่อแรกของครู เหมือนคนไทย ไม่มีการให้เกรดในการประเมินการเรียน ความสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียนเป็นไปในลักษณะอบอุ่น เป็นธรรมชาติ มีการเน้นการสร้างสรรค์บรรยากาศอันรื่นรมย์ และจูงใจให้เกิดเรียนรู้เป็นอย่างสูงในโรงเรียน การจัดให้มีเครือข่ายห้องสมุดแบบผสมผสาน การจัดให้บริการที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อความสามารถในการอ่านของนักเรียนโดยตรง นักเรียนฟินแลนด์ เป็นนักอ่านชั้นยอดเกือบทุกคน รายการโทรทัศน์จากต่างประเทศ จะออกอากาศเป็นภาษาต่างประเทศโดยตรง และใช้ภาษาฟินแลนด์เป็นตัววิ่งอยู่ด้านล่าง ซึ่งเป็นวิธีช่วยให้นักเรียนสามารถเรียนภาษาต่างประเทศได้ดีขึ้น สามารถ อ่านภาษาของตนเองได้เร็วขึ้น

หลักและวิธีการสอน.. การเรียนการสอนยึดหลัก การเรียนรู้ด้วยการกระทำและจากพื้นฐานกิจการของชุมชน (Learning by doing and Community Orientation) ของนักการศึกษาชาวฝรั่งเศสชื่อ Ce'lestin Freinet ซึ่งปรากฏให้เห็นทั้งในหลักสูตรแกนกลางแห่งชาติ และหลักสูตรเฉพาะของแต่ละเมือง โรงเรียนบางแห่งเช่น Stromberg School ยอมรับหลักการดังกล่าวในเชิงปฏิบัติ โดยการออกแบบและสร้างโรงเรียนให้เป็นห้องปฏิบัติการเรียนรู้ และจัดกิจกรรมของผู้เรียน ตั้งแต่เริ่มเข้ามาเรียนในแต่ละชั้นเรียนจะมีหลากหลายช่วงอายุของนักเรียน จะไม่มีการนำผลการเรียนมาเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างระหว่างบุคคล การมอบหมายงานระหว่างนักเรียน เรียนเร็ว และเรียนช้า จะมีความแตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของแต่ละคนการเรียนรู้เริ่มจากกิจกรรมประจำวันกิจกรรมการเรียนของนักเรียนเริ่มจากการเข้าไปมีส่วนร่วมในงานประจำวันทั่วไป ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ละกลุ่มจะสลับกันทำกิจกรรมต่างชนิดกัน เช่นเข้าไปดูเรือนเพาะชำกล้าไม้ ชมห้องสมุด การเก็บขยะกระดาษ การนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ใหม่ การทำปุ๋ยหมัก สนามหญ้า ตู้ปลา ช่วยงานโรงอาหาร ช่วยเลี้ยงและให้อาหารเต่าทะเล ฯลฯ กิจกรรมเหล่านี้ ครูจะไม่เป็นผู้แนะนำ แต่จะให้บุคลากรในสถานที่นั้นๆ เป็นพี่เลี้ยงให้ เช่น พนักงานทำความสะอาด แม่ครัว ยาม ฯลฯ ซึ่งทุกคนต้องมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน

ในการให้การศึกษาแก่เด็กนักเรียนทุกคนชั้นเรียนเปิดต้อนรับ พ่อ-แม่ผู้ปกครองเข้ามาช่วยสอนในห้องปฏิบัติการ และช่วงเย็นหลังเรียน ขณะเดียวกันโรงเรียนจะนำนักเรียนไปดูงานนอกสถานที่เป็นประจำในแต่ละปีโรงเรียนจะมีเป้าหลักเพื่อการเรียนรู้แตกต่างกันไปเกี่ยวกับ ดิน น้ำ ลม ไฟ (Water Earth Air and Fire) การเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ สามารถประมวลเข้ากับสถานที่ต่างๆได้อย่างกลมกลืนและมีศิลปะ เช่น สนามเด็กเล่น สถานรับรับเลี้ยงดูเด็กตอนกลางวัน ฯลฯ

โรงเรียนแบบประสมนักเรียนฟินแลนด์เริ่มเข้าเรียนตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ใช้เวลาเรียนในภาคบังคับ 9 ปี จนอายุ 15 ปี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งค่าเรียน ค่าอาหารกลางวัน ค่าเดินทางไปกลับ จากโรงเรียน ค่าดูแลรักษาสุขภาพฟรีทั้งหมด

สรุปปัจจัยเบื้องหลังความสำเร็จของนักเรียนฟินแลนด์

1. โครงสร้างทางสังคมซึ่งเสริมส่งการอ่าน
ก. วัฒนธรรม ความรักการอ่านหนังสืออย่างจริงจังของชาวฟินแลนด์ เช่นเกือบทุกบ้านเป็นสมาชิกรับหนังสือพิมพ์, พ่อแม่ช่วยลูกอ่านหนังสือที่บ้าน ค่านิยมเรื่องการอ่าน การรู้หนังสือเป็นที่ยอมรับของสังคม สื่อมวลชนมีบทบาททางสร้างสรรค์ก่อให้เกิดนิสัยรักการอ่านและการเขียน ฯลฯ
ข. ระบบเครือข่ายของห้องสมุดที่มีมากมายกระจายทั่วทุกพื้นที่ มีเครื่องมืออำนวยความสะดวกทันสมัย มีหนังสือตำรา ที่ควรค่าต่อการอ่านสำหรับครอบครัว สามารถสืบค้นจากอินเทอร์เน็ตได้ มีพนักงานห้องสมุดที่ให้บริการอย่างเต็มความสามารถ เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้ให้เข้ากับโรงเรียน
ค. แม่ของเด็กชาวฟินแลนด์ จะมีการศึกษาสูง ตำแหน่งการงานดี เป็นแบบอย่างแก่เด็กหญิงชาวฟินแลนด์ได้ดี โดยเฉพาะด้านการอ่านหนังสือมีมากกว่าผู้ชาย (พ่อ)
ง. การใช้ตัววิ่งภาษาฟินแลนด์ในภาพยนตร์ต่างประเทศ เสียงในฟิล์มทำให้เด็กชาวฟินแลนด์อ่านได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
จ. การท่องเน็ต, การส่งข้อความสั้นๆ (SMS) การเล่นเกมส์ เป็นงานอดิเรกสามารถเพิ่มนิสัยรักการอ่านได้ แม้อาจลดการอ่านหนังสือลงบ้าง


2. ปัจจัยเรื่องการเรียนการสอนและภาษาฟินแลนด์
ก. ตัวอักขระ และการเขียนของภาษาฟินแลนด์ ตรงกับเสียงที่เปล่งออกมาอย่างตรงไปตรงมา ทำให้การเรียนรู้ในการอ่านทำได้ง่าย (What you say is What you write)
ข. หลักสูตรแห่งชาติเน้นทักษะกลยุทธ์การอ่าน และการเขียน ส่วนวิธีการประเมินเพื่อปรับปรุงให้ครูและโรงเรียนมีอิสระในการเลือก
ค. อุปกรณ์การสอนมีหลากหลาย ครูสามารถเลือกวัสดุประกอบการสอนได้อย่างเป็นอิสระ
ง. นักเรียนมีส่วนร่วมในการเลือก หนังสือ วารสาร หรือสื่ออื่นๆ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนการอ่าน
จ. เด็กๆ จากครอบครัวผู้อพยพสามารถเรียนรู้การอ่านด้วยภาษาของตนเอง
ฉ. ครูมีส่วนช่วยให้นักเรียนอ่านหนังสือในเวลาว่างทุกโอกาส
ช. โรงเรียนและห้องสมุด, หนังสือพิมพ์ และวารสารมีส่วนช่วยในการเรียนเป็นอย่างสูง

สรุปภาพรวมของความสำเร็จ

- ถามว่าฟินแลนด์จัดหาครูเก่งได้อย่างไร?
อาจเป็นเพราะค่านิยมเรื่องการอ่านออกเขียนได้ ได้รับการยกย่อง ดังนั้นการคัดเลือกผู้ที่จะไปสอน หรือฝึกสมองคน จึงกระทำอย่างเข้มข้น ผู้สมัครเข้าเรียนครู 7 คนจะได้รับการคัดเลือกเพียง 1 คนซึ่งเข้มข้นกว่าการคัดเลือกเข้าเรียนเป็นแพทย์ วิศวกร หรือ นักกฎหมาย ครูที่ไร้ความสามารถจะถูกไล่ออกซึ่งมีน้อยมาก ครูมีเสรีภาพทางวิชาการสูงมาก สามารถเลือกวิธีสอนได้เอง เลือกสื่อการสอนเองหรือไม่เลือกเลยก็ได้ ไม่มีการประเมินหรือตรวจสอบครู
- การไม่มีแบบทดสอบมาตรฐานไม่มีการสอบไล่ ทำให้นักเรียน เรียนด้วยความสบายใจไม่กดดันและเป็นธรรมชาติ มีการสอบเข้มข้นเพียงครั้งเดียวตอนอายุ 18 ปี คือการสอบเข้าเป็นนักศึกษา (Matriculation) ในมหาวิทยาลัย โดยเฉลี่ยนักเรียน 2 ใน 3 ส่วนสามารถสอบเข้าเรียนต่อได้- การให้บริการอาหารกลางวัน การเดินทาง การบริการสุขภาพและ ค่าเล่าเรียนจัดให้ฟรี ทั้งหมดทำให้ครูและนักเรียนสามารถมุ่งเรื่องการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่
- นักเรียนได้รับการฝึกให้ค้นคว้าด้วยตนเอง ตั้งเป้าหมายการเรียนด้วยตนเอง และประเมินตนเองตลอดเวลา
- ครูต้องให้กำลังใจนักเรียนเท่านั้น และต้องถือว่าข้อผิดพลาดของนักเรียนคือโอกาสแห่งการเรียนรู้ใหม่ๆ ครูต้องช่วยเหลือเต็มที่

แหล่งอ้างอิง1. เฟอร์กัส บอร์เดวิช เรียนดีเลิศ Reader?s Digest กันยายน 2548. P95-1012. The Finnish School-a source of skills and well-being available : http://virtual.finland.fi/Education_Research/


posted by ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ @ 2:38 PM


http://karnta.blogspot.com/2005/09/blog-post_112742529433820714.html

วันอาทิตย์, กุมภาพันธ์ 02, 2557

Go Go Thailer, Go Go JäPS !!!




เมื่อวานนี้ไทเลอร์แข่งฟุตบอลทั้งหมดสี่เกมส์ เกมส์ละประมาณครึ่งชั่วโมง ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศซะด้วย แต่เสียดายที่รอบชิงฯแพ้ไปสองประตู เค้าได้เล่นทั้งตำแหน่งกองหน้าและผู้รักษาประตู ไทเลอร์ยิงเข้าประตูไปสี่ลูกและเล่นดีซะจนได้บัตร Fair Play (เมื่อจบการแข่งขัน ผู้เล่นที่เล่นได้ดีที่สุดของแต่ละทีมจะได้รับบัตรนี้จากกรรมการ)มาสองใบจากสองเกมส์แรก แม่ภูมิใจนะเนี่ย! 

Yesterday was Thailer's football tournament. He and his team played 4 matches including Final match. Altogether he scored 4 goals and received two Fair Play cards as a goalkeeper and a striker. Mommy couldn't be more proud. ^_^


1-2-2014 JäPS football tournament, Boys age group 2005 (JäPS Valkoinenjoukkue)
Second match

ป.ล. เด็กๆพวกนี้อายุแปดขวบเองนะ คงเทียบกับเกมส์ระดับผู้ใหญ่ไม่ได้ แต่เล่นกันจริงจังมาก นาทีที่ 10.14 ผู้รักษาประตูแอบงอนด้วยอ่ะ ดูแล้วก็อดขำไม่ได้  :D