วันศุกร์, พฤศจิกายน 25, 2554

Mid Fall Diary บันทึกกลางฤดูใบไม้ร่วงและประสบการณ์จากสระว่ายน้ำ

ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา นอกจากเรื่องเรียนแล้วกิจกรรมแต่ละวันของสองแม่ลูกก็ขึ้นอยู่กับฝนฟ้า อากาศ เช่นวันไหนฝนไม่ตกก็ต้องรีบปั่นจักรยานออกไปซุปเปอร์มาร์เก็ตซื้อของมาทำกับ ข้าว (ที่นี่จะไปไหน ถ้าไม่นั่งรถก็ต้องเดินหรือปั่นจักรยานไปเอง) หรือปล่อยลูกชายออกไปวิ่งเล่นออกกำลังกายนอกบ้านด้วย แต่ถ้าฝนตกทั้งวันก็นั่งดูทีวี เล่นอินเตอร์เน็ต อ่านหนังสือ หรือวาดรูปในบ้าน ออกไปไหนไม่ได้เพราะนอกจากตัวเปียกแล้วอากาศยังเย็นมาก กลัวจะเป็นหวัด ถ้าสามีไม่มีเรียนก็จะขับรถพาพวกเราไปว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำในเมือง เสาร์-อาทิตย์ก็ซื้อของมาตุนไว้ทำกับข้าว และทุกอาทิตย์จะยืมหนังสือจากห้องสมุดมาอ่าน ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์คุณแม่สามีก็สอนทำกับข้าว อบขนม เป็นต้น

อยากเล่าประสบการณ์จากสระว่ายน้ำของเมืองว่า คนที่ไปว่ายน้ำมีตั้งแต่เด็กถึงแก่ สระที่นี่มีหลายขนาด และแยกออกเป็นหลายโซน น้ำในสระอุ่นสบาย เด็กที่มาก็มีตั้งแต่เริ่มเดินได้จนถึงรุ่นประถมจะเล่นในสระ เด็กทั้งหมดสามสระ มีเด็กหลายคนที่มาเพราะอยากเล่นสไลเดอร์ เป็นท่อสีเหลืองโค้งวนเวียนไปมา สนุกหวาดเสียวมาก แต่เจ้าลูกชายไม่ยอมเล่นเพราะกลัว ส่วนคนหนุ่มสาวจะว่ายที่สระใหญ่ คนสูงอายุที่นี่ส่วนใหญ่จะไม่ว่ายน้ำแต่จะเดินในน้ำเพราะมีอุปกรณ์ช่วยเดินในน้ำเพื่อออก กำลังกาย(น้ำสูงระดับอก) และยังมีอีกสระหนึ่งที่ใช้เฉพาะชั่วโมงเรียนออกกำลังกายในน้ำ เช่นแอโรบิคในน้ำ ปั่นจักรยานในน้ำ เป็นต้นพอออกกำลังกายเสร็จคนส่วนใหญ่จะย้ายไปที่สระน้ำพุที่มีท่อให้น้ำพุ่ง ออกมานวดหลัง ไหล่ คอ ฝ่าเท้า เอวเพื่อผ่อนคลายร่างกาย จะยืนหรือนอนก็ได้ คุณสามีจะขับรถพามาว่ายน้ำอาทิตย์ละครั้ง ผู้ใหญ่จะต้องชำระเงินค่าบริการแต่เด็กใช้บริการฟรี ก่อนลงสระทุกคนจะต้องอาบน้ำสระผมให้สะอาด และเข้าไปอบซาวน่าก่อนจะสวมชุดว่ายน้ำลงสระ ห้องแต่งตัว ห้องซาวน่าและห้องอาบน้ำจะแยกหญิง-ชาย พอว่ายน้ำเสร็จก็ถอดชุดว่ายน้ำเพื่ออาบน้ำ สระผม และอบซาวน่าก่อนแต่งตัวกลับบ้าน ประสบการณ์ครั้งแรกทำเอาตกใจเพราะห้องอาบน้ำเป็นห้องเดียวหลายฝักบัว ก็เลยต้องโชว์โป๊กันทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคุณยายแก่ๆ แต่คนที่นี่ไม่มีเขินอายกันเลย คงจะชินกันไปแล้ว ครั้งต่อมาเราเองก็เริ่มชินเพราะถ้าทำอะไรแตกต่างไปอาจถูกเขม่นได้

สภาพ อากาศที่นี่เป็นกลางฤดูใบไม้ร่วง มีฝนเกือบทุกวันและอุณหภูมิต่ำ แม้แต่วันที่แดดออกอุณหภูมิยังต่ำกว่าสิบองศาเลย แต่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยมาก มีทั้งสีเหลือง ส้ม แดง เขียวอ่อน น้ำตาลและก็ร่วงลงมาให้กวาดทุกวัน บนท้องฟ้าก็มีเมฆเต็มไปหมด เหมือนมันลอยมาจากที่อื่นมารวมกันที่นี่ วันไหนที่ฝนตกจึงไม่อยากออกนอกบ้านเลยเพราะทั้งหนาวทั้งชื้นไม่สบายตัวเลย แต่อากาศสะอาดสดชื่นเหนือคำบรรยายจนอยากอัดใสขวดแก้วส่งไปให้ครอบครัวที่เมืองไทย
ส่วน กับข้าวกับปลาที่นี่จะว่าทำง่ายก็ได้แต่รสชาติถ้าไม่จืด มัน เค็มก็เลี่ยนไปเลย ของส่วนใหญ่หาซื้อได้จากซุปเปอร์ มาร์เก็ต มีเนื้อ ปลา หมู และไก่ขายเป็นแพ็ค หมูกับปลาแซลมอนราคาแพงที่สุด ส่วนสะโพกไก่หมักราคาถูกที่สุด มีขายทั้งผักสดและผักที่หั่นรวมกันขายเป็นแพ็คแล้วแช่แข็งเพื่อสะดวกผัดหรือ ต้ม น้ำผลไม้และโยเกิร์ตมีขายเป็นลิตร ส่วนนมของที่นี่ราคาถูกมากประมาณลิตรละ 25-30 บาท ทุกคนที่บ้านเลยดื่มนมแทนน้ำซะเลย น้ำขวด(โค้ก สไปรท์ แฟนต้า)ของที่นี่หวานน้อยกว่าของบ้านเรา แต่ซ่ากว่ามาก ส่วนน้ำแร่จะมีฟองและรสชาติเหมือนน้ำโซดาเลย ถ้าเอามาผสมดื่มกับน้ำผลไม้ได้รสหวานๆซ่าๆ ช่วยขับลมในท้องและช่วยขับถ่ายได้ดี ช่วงนี้เลยต้องหาซื้อเครื่องปรุงใหม่มาทำอาหารไทยง่ายๆที่บ้าน อย่างเช่น ซอสหอยนางรม ซอสถั่วเหลือง รสดี ซอสผัดต่างๆ และกะทิ ส่วนพริกแกงทำมัสมั่นและพริกแดงที่เอามายังมีอยู่ เอาเครื่องปรุงมาพลิกแพลงทำกับของที่หาได้ รสชาติออกมาไม่เหมือนไทยแท้แต่ก็พอถูไถไปได้ให้หายคิดถึงอาหารที่บ้านไปได้ชั่วคราว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น