วันอังคาร, ธันวาคม 28, 2553

เรื่องเล่าคริสต์มาส ต้นตำรับบ้านเกิดซานตาคลอส

เมื่อสามวันก่อนได้รับการ์ดอวยพรเนื่องในเทศกาลคริสต์มาสจากคุณป้าอันเนลี เป็นรูปเด็กๆจากหลายๆชาติวิ่งเล่นบนพื้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน คุณป้าส่งมาจากเมืองอีซาลมิ เราดีใจมากที่คุณป้ายังไม่ลืมเรา แล้วในเช้าวันคริสต์มาสก็ได้รับข้อความจากมิกเกะว่าเจ้าโซน่าสุนัขที่คุณแม่ของเค้าเลี้ยงไว้นะคลอดลูกออกมา 5 ตัวดูแข็งแรงทุกตัวเลย เป็นเรื่องน่ายินดีจริงๆ และก็ทำให้เราอยากรู้ว่าคนบ้านเดียวกับซานตาคลอสน่ะ เค้าฉลองเทศกาลคริสต์มาสกันยังไง ลองมาอ่านจากข่าวสดรายวันกันเถอะ                                                                                                                                                                                                                    

เล่าคริสต์มาส บ้านลุงซานต้า


สดจากเยาวชน
แหล่งที่มา: วันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7333 ข่าวสดรายวัน



ผ่านคริสต์มาสมาเพียง 2 วัน ยังอบอวลไปด้วยบรรยากาศความสุขที่แสนอบอุ่นและเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง

หยิบ "เรื่องเล่าคริสต์มาส ต้นตำรับบ้านเกิดซานตาคลอส" จากหนังสือ "เล่มโปรด" ฉบับล่าสุด ที่นำเรื่องราวในนิทรรศการ "ส.ค.ส. ฟินนิช" ซึ่งพิพิธภัณฑ์มิวเซียมสยามจัดขึ้นเมื่อเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา เล่าธรรมเนียมและที่มาของสิ่งต่างๆ ในเทศกาลคริสต์มาสของชาวฟินนิช หรือชาวฟินแลนด์ มาฝากกัน

จัดงานฉลองมานานกว่า4พันปี

เชื่อกันว่าเมืองแลปแลนด์ ประเทศฟินแลนด์ เป็นบ้านเกิดของซานตาคลอส ชาวฟินแลนด์เรียกซานตาคลอสว่า "ยูลูปุคคิ"

ฤดูหนาวในฟินแลนด์อากาศหนาวจับจิตจับใจ อุณหภูมิลดต่ำกว่าศูนย์องศาเซลเซียส

ชาว ฟินน์ฉลองเทศกาลแห่งฤดูหนาวมาตั้งแต่ 2,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ภายหลังเมื่อศาสนาคริสต์เข้ามาเผยแพร่ในดินแดนนี้ก็มีการผสมผสานกับความ เชื่อท้องถิ่น จากเทศกาลฤดูหนาวกลายมาเป็นเทศกาลคริสต์มาส

บัตรอวยพรยอดฮิต

บัตร อวยพรของชาวฟินนิชมักเป็นภาพทิวทัศน์ของฟินแลนด์ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ ภาพผู้คนกำลังไปเยี่ยมเยียนมิตรสหาย ไปโบสถ์ เพื่อร่วมกิจกรรมวันคริสต์มาส ภาพเด็กๆ สนุก สนานกับการเล่นเลื่อนหิมะ หรือไม่ก็เล่นสเกตในทะเลสาบที่จับเป็นลานน้ำแข็งขนาดใหญ่


อีกภาพที่คุ้นตาในบัตรอวยพรคือ เหล่าเอลฟ์กำลังเล่นสนุกสนานกับผองเพื่อนสัตว์ป่าทั้งหลาย

เสียงระฆังต้อนรับเทศกาล

ก่อนจะเริ่มกิจกรรมในเช้าวันคริสต์มาส นักบวชจะตีระฆังในวิหารเสียงดังกังวานเพื่อต้อนรับชาวฟินแลนด์ที่มาประกอบพิธีกรรมที่โบสถ์

คำ ว่า ระฆัง กระพรวน หรือกระดิ่ง (ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Bells เหมือนกัน) มักปรากฏในเนื้อเพลงคริสต์มาส ที่คุ้นหูกันก็น่าจะเป็นเพลงจิงเกิลเบลล์ ซึ่งมีที่มาจากกระพรวนที่ติดบนบังเหียนม้าลากเลื่อน

นอกจากระฆังและ เครื่องประดับอื่นๆ ที่ใช้ตกแต่งต้นคริสต์มาสแล้ว ยังนิยมใช้ดอกพอยน์เซตเทีย หรือดอกคริสต์มาส ดอกว่านสี่ทิศ ดอกไฮยาซินท์ และดอกทิวลิป มาประดับตกแต่ง

เทวทูต สัญลักษณ์

แห่งความชื่นชมยินดี


เทวทูต เป็นผู้นำข่าวดีมาแจ้งพระแม่มารีว่าพระองค์เป็นผู้ได้รับเลือกให้เป็นผู้ให้ กำเนิดพระเยซู และปรากฏตัวต่อหน้ากลุ่มคนเลี้ยงแกะสองครั้ง ครั้งแรกเพื่อประกาศว่าพระเยซูทรงประสูติแล้ว และแจ้งสถานที่ประสูติครั้งที่สองเพื่อขับร้องท่วงทำนองไพเราะเกี่ยว กับการประสูติของพระเยซู

เชื่อกันว่าเทวทูตนั้นมีปีก พำนักอากาศอยู่บนสรวงสวรรค์ แต่ก็มักลงมาอยู่ท่ามกลางผู้คนบนโลก


ต้นสนและดวงดาว

ใน สมัยโบราณ ชาวฟินน์ใช้ฟางเป็นของตกแต่งชิ้นสำคัญในการเฉลิมฉลองเทศกาลฤดูหนาว เพราะเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวังในฤดูเพาะปลูกที่จะมาถึง ภายหลังเปลี่ยนมาใช้ต้นสนเนื่องจากใบสนมีสีเขียวสดตลอดปี สื่อถึงฤดูใบไม้ผลิสีเขียวชอุ่มที่กำลังจะมาถึงกับฤดูเก็บเกี่ยวที่ตามมา และต้นสนยังหาได้ทั่วไปในป่าของฟินแลนด์

หลังจากพระแม่มารีให้กำเนิด พระเยซูในรางหญ้า นักปราชญ์ทางตะวันออกทั้งสามมองเห็นดวงดาวดวงหนึ่งที่ไม่ธรรมดา เป็นสัญญาณบอกว่าจะมีผู้ยิ่งใหญ่กำเนิดขึ้น จึงเดินทางจากแดนไกลเพื่อติดตามดวงดาวนั้น บนยอดต้นสนจึงประดับด้วยดาว สื่อถึงดวงดาวที่นำทางนักปราชญ์ทั้งสามไปพบพระเยซู

ซานตาคลอสรู้ได้อย่างไร

ว่าต้องส่งของขวัญให้ใคร


ปัญหา นี้ขจัดไปได้โดยพวกเอลฟ์ ผู้ช่วยมือหนึ่งที่ทำหน้าที่รวบรวมรายการของขวัญที่เด็กๆ ทั่วโลกส่งมายังที่ทำการไปรษณีย์โรวานีมี ใกล้กับเมืองคอร์ฟาตุนตูรีที่หมู่บ้านซานตาคลอสตั้งอยู่

เอลฟ์เป็น ตัวละครในเทพนิยายโบราณของฟินแลนด์ มักใส่เสื้อผ้าสีแดงและเทากับหมวกสีแดง บางตำนานเชื่อว่าพวกเอลฟ์อาศัยอยู่ในหมู่บ้านคอร์ฟาตุนตูรี ซึ่งเป็นเทือกเขาสูงใหญ่ในเมืองแลปแลนด์ มีนิสัยร่าเริงและขยันขันแข็ง ไม่ค่อยปรากฏตัวให้เห็น เฉพาะเด็กๆ เท่านั้นที่มองเห็นเอลฟ์

สิ่ง ที่ทำให้เอลฟ์เบิกบานใจคือ การที่ผู้คนคิดถึงคุณงามความดีของเอลฟ์ที่ช่วยตระเตรียมเทศกาลคริสต์มาส ทั้งทำขนม ทำความสะอาด ตกแต่งสถานที่ และเขียนบัตรอวยพรให้ผู้คน

อาหารและเครื่องดื่มที่ขาดไม่ได้

อาหาร ประจำเทศกาลจะมีแฮมสูตรพิเศษและข้าวโอ๊ตต้ม ซึ่งจะใส่เมล็ดอัลมอนด์ลงไป คนที่เจอเมล็ดอัลมอนด์จะอธิษฐานขอพรได้หนึ่งข้อ เชื่อกันว่าคำอธิษฐานจะเป็นจริงก่อนถึงวันคริสต์มาสปีหน้า

ส่วนขนม ที่ขาดไม่ได้เลยคือคุกกี้ขนมปังขิง คุกกี้จะมีรูปร่างหน้าตาหลากหลาย ทั้งรูปเอลฟ์ ดาว ระฆัง ขนมดั้งเดิมอีกอย่างคือ บ้านขนมปังขิง เครื่องดื่มคือไวน์ หรือน้ำผลไม้ร้อนๆ ที่เรียกในภาษาฟินน์ว่า Gloggi เวลาเสิร์ฟมักใส่อัลมอนด์เคลือบสีเงินและลูกเกดลงไปด้วย

ไม่เพียงแต่คนที่ได้อิ่มอร่อย นก และสัตว์เลี้ยงต่างๆ ก็เช่นกัน ชาวฟินน์จะมัดธัญพืชแล้วแขวนไว้ตามลานบ้านให้บรรดานกน้อยมาจิกกิน

ส่วนนกเลี้ยงก็จะได้กินเมล็ดพืชที่ใส่ให้ไว้ในกรง 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น